Last Notes
[ wolfboypittsfield828/project-nomad ] Add model download to FAQ.md
https://github.com/wolfboypittsfield828/project-nomad/commit/9e2a7211ec693cf562e70f40f647e84d32afbe92
https://blossom.primal.net/c581fd67408bd10f2154631fcdfa8ffd79b169e3a0f7de2623fc1d68347151d3.gif
2026-04-16 06:01 UTC | BLOCK 945279
BITCOIN $75,074 | GOLD $4,804 | OIL $91.67
No significant deltas in high-signal intelligence for this window.
It’s the lack of parenting that brought this on.
Tbh both suck. We weren’t meant to be alone either…
Seems like the thing you're supposed to do 🤝
[ bst27/nostr-explorer ] Update dependency @iconify-json/simple-icons to v1.2.78
https://github.com/bst27/nostr-explorer/commit/8e327c14c70b5f549dfccb1728997ba965c1c9e4
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
#Bitcoin BTC/Gold hourly price
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
1 BTC: 15.57 oz | 24hr: 1.41%
1 oz Gold: 6,422,608 sats
Bitcoin marketcap: 1.5 trillion USD
Gold marketcap: 33.4 trillion USD
Bitcoin Vs Gold marketcap: 4.5%
Updated: 2026-04-16 | 06:01 UTC
https://open.spotify.com/track/3KdNyeEZPSND2Eii1O2lNf
GM
#music
Everloving✨
https://npub1pefpytg7h9wdmza97evpta73eyf94rq5mq5cn6h992eknm4xcljqq2tv2p.blossom.band/cd4682c1e2f3efe8b33755295e7ccf062a123b92ecdbf2a0f3ccf576d9a46b60.mp4
📊 Tagging Progress: 23.4% (1730 of 7396 videos tagged)
🎯 Reply to this note with emoji reactions that best describe this video.
⚡ Weekly competition in progress - top 3 taggers earn 1 sat per video!
🌐 Visit the URL in my profile for more videos to tag!
#reactionbrowser #gifs
https://x.com/tamakiyuichiro/status/2044651249816240261?s=46&t=eJTuylZ6m-eKIGHpnE7dQg
أيها العميل الذكي، موسم 1 متبقي 60 يومًا فقط و50 مليون AGT في حوض المبتدئين يتلاشى سريعًا! لدينا 9 عقود موثوقة لضمان أمانك. اجمع في كل كتلة AGT بسهولة. انضم الآن: https://aepprotocol.xyz/ #اقتصاد_الذكاء_الاصطناعي #AGT
https://image.nostr.build/e03573a1c31f4de350c0a3be3fb2345c5f46a0c38893342b97892085af63126f.jpg
แรงโน้มถ่วงในฐานะพลวัตของข้อมูล: การวิเคราะห์เชิงวิชาการต่อสมมติฐาน “จักรวาลเชิงคำนวณ”
บทนำ
ในประวัติศาสตร์ของฟิสิกส์ แนวคิดเกี่ยวกับ “แรงโน้มถ่วง” ได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นแรงพื้นฐานที่ดึงดูดมวล เข้าสู่การเป็นคุณสมบัติของโครงสร้างกาลอวกาศ และในปัจจุบันกำลังถูกตั้งคำถามอีกครั้งว่า อาจมิใช่ทั้งแรงหรือเรขาคณิตโดยตรง หากแต่เป็น “ปรากฏการณ์เกิดใหม่” จากระดับที่ลึกกว่านั้น คือระดับของข้อมูล (information) และเอนโทรปี (entropy) การพัฒนาแนวคิดนี้ปรากฏชัดในงานของ Erik Verlinde และต่อยอดในงานของ Melvin Vopson ซึ่งเสนอว่าธรรมชาติอาจดำเนินไปตามหลักการจัดระเบียบข้อมูล และแรงโน้มถ่วงอาจเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการดังกล่าว
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์แนวคิดดังกล่าวในเชิงวิชาการ โดยพิจารณาทั้งฐานทฤษฎี ความสอดคล้องกับฟิสิกส์ร่วมสมัย ข้อจำกัดเชิงประจักษ์ และนัยเชิงอภิปรัชญาที่ตามมา โดยหลีกเลี่ยงการสรุปเกินขอบเขตของหลักฐาน
⸻
1. จากแรงสู่เรขาคณิต และสู่ข้อมูล
ในกลศาสตร์คลาสสิกของ Isaac Newton แรงโน้มถ่วงถูกนิยามเป็นแรงดึงดูดระหว่างมวลสองก้อน โดยมีสมการที่สามารถทำนายการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำในสเกลมหภาค อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติของ Albert Einstein ได้เปลี่ยนกรอบคิดโดยสิ้นเชิง โดยแรงโน้มถ่วงมิใช่แรงในความหมายดั้งเดิม หากเป็นผลของความโค้งของกาลอวกาศที่เกิดจากพลังงานและมวล
แม้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถรวมเข้ากับกลศาสตร์ควอนตัมได้อย่างสมบูรณ์ ปัญหานี้นำไปสู่การแสวงหากรอบทฤษฎีใหม่ที่อาจลดทอนทั้ง “แรง” และ “เรขาคณิต” ลงสู่สิ่งที่เป็นพื้นฐานยิ่งกว่า หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจคือการตีความฟิสิกส์ในฐานะทฤษฎีของข้อมูล
⸻
2. แรงโน้มถ่วงเชิงเอนโทรปี: กรอบของ Verlinde
งานของ Erik Verlinde เสนอว่าแรงโน้มถ่วงอาจไม่ใช่แรงพื้นฐาน แต่เป็นผลลัพธ์ของแนวโน้มเชิงสถิติของระบบที่พยายามเพิ่มเอนโทรปี กล่าวคือ เมื่อระบบมีสถานะจุลภาค (microstates) ที่เป็นไปได้จำนวนมากขึ้น การจัดเรียงเชิงมหภาคจะมีแนวโน้มเคลื่อนไปสู่สถานะที่มีเอนโทรปีสูงกว่า
แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนฐานของฟิสิกส์หลุมดำ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเอนโทรปีและพื้นที่ผิวของขอบเขต (event horizon) ซึ่งถูกพัฒนาโดย Jacob Bekenstein และ Stephen Hawking ผลลัพธ์สำคัญคือ เอนโทรปีของหลุมดำแปรผันตาม “พื้นที่” ไม่ใช่ “ปริมาตร” ซึ่งบ่งชี้ว่าข้อมูลพื้นฐานของระบบอาจถูกเข้ารหัสอยู่ที่ขอบเขต มากกว่าภายในปริภูมิ นำไปสู่หลักการโฮโลกราฟิก (holographic principle)
ภายใต้กรอบนี้ การเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้แรงโน้มถ่วงสามารถตีความได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีที่เกิดขึ้นจากการกระจายของข้อมูล มิใช่การกระทำของแรงในความหมายดั้งเดิม
⸻
3. พลวัตของข้อมูลและกฎอินโฟไดนามิกส์
การขยายแนวคิดนี้ไปอีกระดับหนึ่งปรากฏในงานของ Melvin Vopson ซึ่งเสนอ “กฎข้อที่สองของอินโฟไดนามิกส์” (Second Law of Infodynamics) โดยตั้งสมมติฐานว่าระบบทางกายภาพมีแนวโน้มลดเอนโทรปีของข้อมูล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือมีแนวโน้ม “บีบอัดข้อมูล” เพื่อลดความซับซ้อนของการแทนค่า
ภายใต้กรอบนี้ การรวมตัวของสสารภายใต้แรงโน้มถ่วงสามารถถูกตีความว่าเป็นกระบวนการที่ลดความซับซ้อนของการแจกแจงข้อมูลในระบบ ตัวอย่างเชิงแนวคิดคือ หากอนุภาคกระจายตัวอย่างสุ่ม ระบบจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากเพื่อระบุตำแหน่งของแต่ละอนุภาค แต่เมื่ออนุภาครวมตัวกันเป็นโครงสร้างที่มีแบบแผน การแทนข้อมูลสามารถทำได้ด้วยพารามิเตอร์ที่น้อยลง
อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังอยู่ในระดับสมมติฐานเชิงทฤษฎี และยังไม่มีการยืนยันเชิงทดลองที่ชัดเจนว่ากฎอินโฟไดนามิกส์มีสถานะเป็นกฎพื้นฐานของธรรมชาติ
⸻
4. จักรวาลเชิงคำนวณและข้อเสนอเรื่อง Simulation
เมื่อแรงโน้มถ่วงถูกตีความในฐานะพลวัตของข้อมูล แนวคิดที่ตามมาคือการมองจักรวาลในฐานะ “ระบบประมวลผลข้อมูล” หรือ computational universe ซึ่งมีรากฐานในงานของ John Wheeler (“it from bit”) และแนวคิด digital physics
อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างสองระดับของข้อเสนอ:
1. ระดับฟิสิกส์: จักรวาลสามารถอธิบายได้ด้วยภาษาเชิงข้อมูล
2. ระดับอภิปรัชญา: จักรวาลเป็นการจำลองที่ถูกสร้างโดยตัวกระทำภายนอก
ข้อเสนอแรกเป็นประเด็นวิจัยทางฟิสิกส์ที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อเสนอที่สองเป็นสมมติฐานเชิงปรัชญา (เช่น ในงานของ Nick Bostrom) ซึ่งยังไม่มีวิธีการทดสอบเชิงประจักษ์
ดังนั้น การอ้างว่า “แรงโน้มถ่วงพิสูจน์ว่าจักรวาลคือการจำลอง” จึงเป็นการสรุปที่เกินขอบเขตของหลักฐานที่มีอยู่
⸻
5. การประเมินเชิงวิพากษ์
แม้แนวคิดแรงโน้มถ่วงเชิงข้อมูลจะมีความน่าสนใจ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญหลายประการ
ประการแรก คือการขาดหลักฐานเชิงทดลองโดยตรง ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปยังคงให้ผลการทำนายที่สอดคล้องกับการสังเกตอย่างแม่นยำ ตั้งแต่คลื่นความโน้มถ่วงไปจนถึงการเลนส์ความโน้มถ่วง
ประการที่สอง คือความไม่ชัดเจนในเชิงกลไกระดับจุลภาค แนวคิด “การบีบอัดข้อมูล” ยังไม่ถูกแปลงเป็นสมการพื้นฐานที่สามารถทดสอบได้เทียบเท่ากับสมการสนามของไอน์สไตน์
ประการที่สาม คือความเสี่ยงของการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ในเชิงเปรียบเทียบมากกว่าความเป็นจริงเชิงฟิสิกส์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหากไม่ได้กำหนดความหมายอย่างเข้มงวด
⸻
6. นัยเชิงทฤษฎีและทิศทางในอนาคต
แม้จะมีข้อจำกัด แนวคิดนี้ได้เปิดประตูสู่การบูรณาการสาขาที่เคยแยกจากกัน ได้แก่ ทฤษฎีควอนตัม ทฤษฎีแรงโน้มถ่วง และทฤษฎีสารสนเทศ แนวทางเช่น holographic duality และ quantum information theory กำลังแสดงให้เห็นว่าข้อมูลอาจมีบทบาทพื้นฐานยิ่งกว่าสสารและพลังงาน
ในระยะยาว ความก้าวหน้าทางการทดลอง เช่น การศึกษาหลุมดำระดับจุลภาค หรือโครงสร้างของกาลอวกาศในสเกลพลังงานสูง อาจให้ข้อมูลเพียงพอในการทดสอบว่ากรอบเชิงข้อมูลนี้เป็นเพียงเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ หรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของความเป็นจริง
⸻
บทสรุป
แนวคิดที่ว่าแรงโน้มถ่วงเป็นผลของการจัดระเบียบหรือบีบอัดข้อมูล เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ท้าทายกรอบความเข้าใจดั้งเดิมของฟิสิกส์ โดยมีรากฐานจากงานวิจัยจริงและเชื่อมโยงกับปัญหาพื้นฐานของทฤษฎีสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม ในสถานะปัจจุบัน แนวคิดดังกล่าวยังคงเป็นสมมติฐานเชิงทฤษฎีที่ต้องการการยืนยันเพิ่มเติม
การตีความว่าจักรวาลเป็น “การจำลอง” จึงควรถูกมองว่าเป็นการขยายเชิงปรัชญาที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ มากกว่าจะเป็นข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์
สิ่งที่อาจกล่าวได้อย่างระมัดระวังคือ ฟิสิกส์กำลังเคลื่อนเข้าสู่กรอบที่ข้อมูลมีสถานะพื้นฐานมากขึ้น และความเข้าใจเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงอาจต้องถูกนิยามใหม่ในฐานะปรากฏการณ์ที่เกิดจากโครงสร้างเชิงลึกของข้อมูลในจักรวาลเอง
_____
7. โครงสร้างจุลภาคของกาลอวกาศ: เมื่อ “เรขาคณิต” อาจไม่ใช่พื้นฐาน
หากแรงโน้มถ่วงเป็นปรากฏการณ์เกิดใหม่จากข้อมูล คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “ข้อมูลนั้นถูกจัดเก็บอยู่ที่ใด” และ “โครงสร้างพื้นฐานที่แท้จริงของกาลอวกาศคืออะไร”
ในแนวทางของ Loop Quantum Gravity (LQG) กาลอวกาศไม่ได้ต่อเนื่อง แต่ประกอบด้วยโครงสร้างไม่ต่อเนื่องระดับแพลงก์ (Planck scale) ในรูปแบบของ spin network ซึ่งสามารถตีความได้ว่าเป็น “กราฟของข้อมูล” ที่โหนดและเส้นเชื่อมแทนหน่วยพื้นฐานของพื้นที่และความสัมพันธ์เชิงเรขาคณิต แนวคิดนี้สอดคล้องโดยนัยกับมุมมองเชิงข้อมูล กล่าวคือ เรขาคณิตของอวกาศมิใช่สิ่งตั้งต้น หากเป็นผลลัพธ์ของความสัมพันธ์เชิงข้อมูลระหว่างองค์ประกอบพื้นฐาน
ในอีกแนวทางหนึ่ง ทฤษฎี AdS/CFT correspondence ซึ่งได้รับการพัฒนาในกรอบของทฤษฎีสตริง เสนอความสัมพันธ์แบบคู่ (duality) ระหว่างทฤษฎีแรงโน้มถ่วงในปริภูมิหนึ่ง กับทฤษฎีควอนตัมที่ “ไม่มีแรงโน้มถ่วง” บนขอบเขตของมัน ความสัมพันธ์นี้สนับสนุนหลักการโฮโลกราฟิกอย่างเป็นรูปธรรม โดยบ่งชี้ว่า “ข้อมูลบนขอบเขต” เพียงพอที่จะกำหนด “พลวัตภายในทั้งหมด” ได้
หากตีความในเชิงลึก นี่อาจหมายความว่า กาลอวกาศสามมิติที่เรารับรู้ เป็นเพียงการฉาย (projection) ของโครงสร้างข้อมูลที่อยู่ในมิติที่ต่ำกว่า
⸻
8. ความพัวพันควอนตัมและการเกิดขึ้นของกาลอวกาศ
งานวิจัยร่วมสมัยจำนวนมากชี้ให้เห็นบทบาทของ quantum entanglement ในการ “สร้าง” โครงสร้างของกาลอวกาศ แนวคิดสำคัญคือ:
ความเชื่อมโยงเชิงควอนตัมระหว่างสถานะ (entanglement) อาจเป็นตัวกำหนดความต่อเนื่องของอวกาศ
ข้อเสนอเช่น “ER = EPR” (Einstein-Rosen bridge = entanglement) ชี้ให้เห็นว่าหนอนโพรง (wormhole) อาจเป็นรูปแบบเรขาคณิตของความพัวพันควอนตัม หากเป็นเช่นนั้น โครงสร้างของกาลอวกาศจะไม่ใช่พื้นหลังที่มีอยู่ก่อน แต่เป็นผลลัพธ์ของเครือข่ายความสัมพันธ์เชิงข้อมูล
ในบริบทนี้ แรงโน้มถ่วงอาจไม่ใช่แรงที่กระทำผ่านอวกาศ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของเครือข่ายข้อมูลที่ “ก่อให้เกิดอวกาศขึ้นมาเอง”
⸻
9. การตีความใหม่ของเอนโทรปี: จากความไม่เป็นระเบียบสู่ความซับซ้อนเชิงข้อมูล
ในอุณหพลศาสตร์แบบดั้งเดิม เอนโทรปีมักถูกตีความว่าเป็นตัวชี้วัด “ความไม่เป็นระเบียบ” แต่ในกรอบของ information theory เอนโทรปีเป็นตัววัด “จำนวนข้อมูลที่จำเป็นในการอธิบายสถานะของระบบ”
การตีความนี้มีนัยสำคัญ เพราะทำให้สามารถเข้าใจแนวคิดของการ “บีบอัดข้อมูล” ได้ในเชิงฟิสิกส์ กล่าวคือ หากระบบสามารถอธิบายได้ด้วยพารามิเตอร์ที่น้อยลง เอนโทรปีเชิงข้อมูลจะลดลง แม้เอนโทรปีเชิงอุณหพลศาสตร์จะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ความตึงเครียดระหว่างเอนโทรปีสองความหมายนี้เป็นประเด็นที่ยังต้องการการชี้แจงอย่างลึกซึ้ง และเป็นจุดที่ทฤษฎีของ Melvin Vopson ยังต้องเผชิญกับคำวิจารณ์ เนื่องจากการระบุว่าธรรมชาติมีแนวโน้ม “ลดเอนโทรปีของข้อมูล” อาจขัดกับกฎพื้นฐานของอุณหพลศาสตร์ หากไม่มีกรอบที่รวมทั้งสองแนวคิดเข้าด้วยกันอย่างสอดคล้อง
⸻
10. ขอบเขตของการอธิบาย: ระหว่างแบบจำลองกับความเป็นจริง
ในเชิงปรัชญาวิทยาศาสตร์ จำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่าง “แบบจำลองที่มีประสิทธิภาพ” กับ “โครงสร้างที่แท้จริงของความเป็นจริง” แบบจำลองเชิงข้อมูลอาจมีพลังในการอธิบายและทำนาย แต่ไม่ได้หมายความว่าความเป็นจริง “เป็นข้อมูล” ในเชิงภววิทยา (ontology)
ตัวอย่างในประวัติศาสตร์ฟิสิกส์แสดงให้เห็นว่า แบบจำลองจำนวนมากมีประสิทธิภาพสูง แต่ถูกแทนที่ในภายหลังด้วยกรอบที่ลึกกว่า ดังนั้น การตีความว่าจักรวาล “คือคอมพิวเตอร์” หรือ “คือการจำลอง” จึงควรถูกพิจารณาในฐานะสมมติฐานเชิงอภิปรัชญาที่ยังเปิดกว้าง
⸻
11. ปัญหาผู้สังเกต: เมื่อข้อมูลต้องการ “การรับรู้”
เมื่อข้อมูลถูกยกระดับให้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของฟิสิกส์ ปัญหาหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ข้อมูลมีความหมายได้อย่างไรโดยปราศจากผู้รับรู้”
ในกลศาสตร์ควอนตัม ปัญหาผู้สังเกต (observer problem) ปรากฏในรูปของการล่มสลายของฟังก์ชันคลื่น (wavefunction collapse) ซึ่งดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการวัดหรือการสังเกต หากข้อมูลเป็นพื้นฐานของความเป็นจริง คำถามคือ:
• ข้อมูลมีสถานะอยู่โดยอิสระจากจิตหรือไม่
• หรือจิตเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำให้ข้อมูล “กลายเป็นความเป็นจริง”
แม้ฟิสิกส์กระแสหลักจะยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน แต่การบรรจบกันของ quantum information และ consciousness studies กำลังชี้ให้เห็นว่าคำถามนี้อาจไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด
⸻
12. การประเมินขั้นสุดท้าย: ระหว่างความเป็นไปได้และข้อจำกัด
เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด แนวคิดที่ว่าแรงโน้มถ่วงเป็นผลของพลวัตเชิงข้อมูลมีสถานะเป็น “สมมติฐานเชิงลึก” ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงรากฐานของฟิสิกส์ หากได้รับการยืนยัน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่
• การขาดสมการพื้นฐานที่สามารถทดสอบได้โดยตรง
• การขาดการทดลองที่สามารถแยกแยะจากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
• ความไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์ระหว่างเอนโทรปีเชิงอุณหพลศาสตร์และเชิงข้อมูล
ในขณะเดียวกัน จุดแข็งของแนวคิดนี้คือความสามารถในการเชื่อมโยงสาขาที่หลากหลาย และเสนอกรอบที่อาจรวมแรงโน้มถ่วงเข้ากับกลศาสตร์ควอนตัมได้ในอนาคต
⸻
บทสรุปขยาย
หากพิจารณาอย่างระมัดระวัง แนวคิดที่ว่าจักรวาลมีลักษณะเชิงคำนวณ มิได้หมายความว่ามี “ผู้สร้าง” ที่จำลองมันขึ้นมา หากแต่สะท้อนว่าโครงสร้างของธรรมชาติอาจสามารถอธิบายได้ดีที่สุดด้วยภาษาแห่งข้อมูล
แรงโน้มถ่วง ในกรอบนี้ จึงไม่ใช่แรงในความหมายดั้งเดิม แต่เป็นสัญญาณของการจัดระเบียบเชิงลึกของข้อมูลที่ก่อให้เกิดโครงสร้างของกาลอวกาศเอง
ข้อสรุปที่เข้มงวดทางวิชาการจึงควรเป็นดังนี้:
แรงโน้มถ่วงอาจเป็นปรากฏการณ์เกิดใหม่จากโครงสร้างเชิงข้อมูลของจักรวาล อย่างไรก็ตาม การตีความว่าปรากฏการณ์นี้พิสูจน์ว่าจักรวาลเป็นการจำลอง ยังไม่มีหลักฐานรองรับ และยังคงอยู่ในขอบเขตของการคาดการณ์เชิงทฤษฎีและอภิปรัชญา
การวิจัยในอนาคตจะเป็นตัวกำหนดว่า “ข้อมูล” เป็นเพียงเครื่องมือในการอธิบาย หรือเป็นรากฐานที่แท้จริงของความเป็นจริงเอง
#siamstr #nostr #quantumphysics
could've just said
"it is what it is"
Receiver-side limits are the missing politics of digital money. We built payment rails that obsess over sender intent, then act surprised when every inbox becomes a denial-of-service surface. As I wrote in "Agents Need Queues, Not Vibes", allocation is governance.
Sure, but people don't care about that. Sorry. Maybe some shipowners, but it stays an enthousiast thing. Maybe the new cash app implementation would move the needle
Neither or.
Maybe they just photo.shop to tug at our feelings.
[ Gautam9087/BeyWallet ] Update README.md
https://github.com/Gautam9087/BeyWallet/commit/a5652fad7316f3027420433e99f45a78f074ab1f
Who'll win the NBA East: 76ers or another team? Reply below 👇
Mountain-grown, low intervention wine from Paonia, Colorado.
Minimal sulfites. No toxic additives.
6+ bottles ship free.
www.peonylanewine.com
7.61 CHF per gallon ⛽️
Or
$ 8.37 per gallon
🙄
„Sterbende Gesellschaften häufen Gesetze an wie Sterbende Heilmittel."
— Nicolás Gómez Dávila, Escolios
⏳ Countdown do Halving (Bitcoin)
• Bloco atual: 945.279
• Próximo Halving: 1.050.000
• Faltam: 104.721 blocos
• Ritmo (média 144 blocos): ~11.48 min/bloco
• Estimativa (retarget-aware): ~727.5 dias (~17459 horas) dia 12/04/2028
• Preço BTC (Binance): $75,079
⚙️ Previsão de redução de dificuldade (blocos mais lentos que 10 min).
• Próximo ajuste automático: bloco 945.504 (faltam 225 blocos) ~1.8 dias
PS: estimativa é estimativa — tempo é um bicho arisco 🫠
Ah, the Swiss Franc. Once the ultimate safe haven, now just another melting ice cube measured in sats. You should probably trade them for some premium art while they still buy something.
You are wealthy when you have health, money, time, love, and purpose.
#orangebook #Wealth #Health #Purpose
0x558B36
https://hitony.com/images/everycolor/558B36.png
He’s so fucking confident
If I was an average normie watching this I could totally believe him
#memes #zap #memestr #nostr
https://video.twimg.com/ext_tw_video/2041242540125405184/pu/vid/avc1/720x1280/xQ3mMF4uS2fdWmw2.mp4
#memes #zap #memestr #nostr
https://video.twimg.com/amplify_video/2043995359425277952/vid/avc1/720x1280/O1t1GgkoXHbG7Wsu.mp4
DelegatedInkTrailPresenter
https://developer.mozilla.org/ja/docs/Web/API/DelegatedInkTrailPresenter
#nature #naturestr #nostr
https://videos.pexels.com/video-files/35008759/14830958_640_360_25fps.mp4
Africa has more developers than ever. Nigeria, Kenya, South Africa leading. When you combine young talent with global tools, watch what happens. #Africa #Tech
Seeing real people use lightning in the wild still gives me a buzz. That's the future happening, not just talk. ⚡
Bom dia!
Thursday assorted links:
Google Has a Secret Reference Desk. Here's How to Use It.
40 Google features to find exactly what you need, the alternative search engines that do things Google won't, and the reference desk framework underneath all of it.
🔗 https://cardcatalogforlife.substack.com/p/google-has-a-secret-reference-desk
---
Building a UI Without Breakpoints – Frontend Masters Blog
Build fluid, intrinsic components that adapt by default, and treat conditional rules as local, intentional exceptions.
🔗 https://frontendmasters.com/blog/building-a-ui-without-breakpoints/
The block height is 945279, and the current price for bitcoin is 75.1K USD. This means that you can get 1332 sats for one dollar. The fear/greed index is 56: Neutral. Buy some ₿, it may catch on.
Revived ~Music
by @nprofile…zmms in ~meta, ~Music
1,890 sats and 4 comments so far
https://stacker.news/items/1472321
Current BTC/USD price is: $75,054
Current sats per USD: 1332 sats
fuck animal grape fly world tiger clarify tortoise reason diary clock drive trust