hipknox_ on Nostr: หนังเรื่อง Oppenheimer (2023) กว่า 3 ชม. ...
หนังเรื่อง Oppenheimer (2023) กว่า 3 ชม. บอกกับเราว่าโลกไม่เคยตรงไปตรงมา ไม่เลย ไม่ได้ต่างจากกลศาสตร์ควอนตัม และแนวคิดแบบนิวตัน ความตรงไปตรงมา ความจริงเพียงหนึ่งเดียวนั้นใช้ไม่ได้ทั้งกับจักรวาล หรือแม้แต่กับมนุษย์
คือองค์ประกอบของสิ่งเล็ก ๆ ที่คาดเดาไม่ได้ มันจะมีอยู่จริงเมื่อนำมันมาพิจารณา และจะอันตรธานหายไปเมื่อเราไม่ได้สังเกต และขอบเขตที่เราได้รับอนุญาต คือการที่เราได้หยุดเวลาของสิ่งนั้นไว้เพียงชั่วครู่ขณะหนึ่ง และยาวนานได้เพียงกรอบเวลาของอายุไขที่เรามี
คุณธรรมของมนุษย์ ดำรงอยู่ตรงไหนในความเป็นจริงที่แน่นอนของเขา มีใครบ้างที่ยึดถือคุณธรรมหนึ่งเดียวไปทั้งชีวิตโดยไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป มันเป็นได้ทั้งคลื่นที่ซ่อนเร้นและอนุภาคที่นำออกมาแสดงให้เห็นในขณะนั้น และไม่ได้ปรากฏตัวเช่นเดิมกับสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป กับผู้คนที่แตกต่าง แม้แต่ความไม่ซื่อตรงที่มีต่อตัวเขาเอง หรืออาจเพราะความซื่อตรงที่มีต่อตัวเขา
"เราอาจรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่อาจรับรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงของมัน"
หนังเรื่องนี้ไม่ได้สื่อออกมาเพียงภาพของความอัจฉริยะที่คน ๆ หนึ่ง ของคนกลุ่มหนึ่งที่มารวมตัวกันจะสามารถมีได้ ทฤษฎีที่เป็นเพียงนามธรรมที่ถูกนำออกมาใช้ให้เกิดเป็นความจริงเชิงประจักษ์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดผ่านผงของแท่งชอล์กที่ขีดลงเป็นตัวเลขหรือคำอธิบายเป็นตัวอักษรบนแผ่นกระดานดำ แต่จากทุก ๆ สิ่งที่เป็นตัวตนของเขาทั้งชีวิต ของพวกเขา
ความซับซ้อนของมนุษย์ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ภาพของนักวิทยาศาสตร์ที่ต่อสู้กับทฤษฎีที่ท้าทาย องค์ประกอบอื่น ๆ ในอีกหลากหลายมิติที่ตัวหนังนำเสนอ การเมือง สงคราม การแข่งขัน หรือแม้แต่กับมนุษย์ที่เคยเป็นพันธมิตรในการร่วมมือกันทำสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง แม้ผิดใจกันเพียงครั้งเดียวก็สามารถจุดชนวนของสงครามครั้งใหม่ขึ้นมาได้ ดำเนินขึ้นอย่างลับ ๆ จนถึงช่วงเวลาที่สุกงอมเหมือนผลไม้ที่สุกเน่าคาต้น พร้อมที่จะร่วงหล่นลงบนดินเพื่อเจริญงอกงามเป็นเรื่องราวใหม่
เป็น 3 ชม. ที่คุ้มค่ามาก ๆ ในบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์ [block time : 926,813]
ว่าแล้วชักอยากจะกลับไปอ่าน Helgoland อีกรอบ ถึงไฮเซนเบิร์กผู้ค้นพบกลศาสตร์เมทริกซ์ขณะปลีกวิเวกบนเกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่งอังกฤษอย่างยากลำบาก คู่ขัดแย้งของฟังก์ชันคลื่นจากชโรดิงเจอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งการเที่ยวพักผ่อนกับชู้รักในเทือกเขาแอลป์ ต้นธารแห่งความไม่เข้าใจในกลศาสตร์ควอนตัมที่ไม่มีใครเข้าใจมันได้จริง ๆ แต่มนุษย์ก็ยังคงสามารถนำมันมาใช้สร้างเป็นระเบิดที่ทำลายล้างกันเองได้ในที่สุด
---
Note: ความสนใจเฉพาะ
Oppenhiemer (2023)
"บัดนี้เราคือ[ความตาย]คือผู้ทำลายล้างโลกทั้งมวล"
ภควัทคีตา บรรพ 11 โศลก 32
https://vedabase.io/en/library/bg/11/32/Kālah ในที่นี้แปลว่า "เวลา" กาลเวลาเกี่ยวข้องยังไงกับความตาย? Oppenheimer มองเห็นตัวเองเป็นผู้เร่งรัดเวลาให้นำสู่การทำลายทุกสิ่ง?
#siamstr
#siamstrOG
Published at
2025-12-07 10:57:56 UTCEvent JSON
{
"id": "e5c28b8288a2728ca4b48829816bc76bc17f675f120f63cb5ea7f68b9f60ebe8",
"pubkey": "0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2",
"created_at": 1765105076,
"kind": 1,
"tags": [
[
"t",
"siamstr"
],
[
"t",
"siamstrOG"
]
],
"content": "หนังเรื่อง Oppenheimer (2023) กว่า 3 ชม. บอกกับเราว่าโลกไม่เคยตรงไปตรงมา ไม่เลย ไม่ได้ต่างจากกลศาสตร์ควอนตัม และแนวคิดแบบนิวตัน ความตรงไปตรงมา ความจริงเพียงหนึ่งเดียวนั้นใช้ไม่ได้ทั้งกับจักรวาล หรือแม้แต่กับมนุษย์\n\nคือองค์ประกอบของสิ่งเล็ก ๆ ที่คาดเดาไม่ได้ มันจะมีอยู่จริงเมื่อนำมันมาพิจารณา และจะอันตรธานหายไปเมื่อเราไม่ได้สังเกต และขอบเขตที่เราได้รับอนุญาต คือการที่เราได้หยุดเวลาของสิ่งนั้นไว้เพียงชั่วครู่ขณะหนึ่ง และยาวนานได้เพียงกรอบเวลาของอายุไขที่เรามี\n\nคุณธรรมของมนุษย์ ดำรงอยู่ตรงไหนในความเป็นจริงที่แน่นอนของเขา มีใครบ้างที่ยึดถือคุณธรรมหนึ่งเดียวไปทั้งชีวิตโดยไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป มันเป็นได้ทั้งคลื่นที่ซ่อนเร้นและอนุภาคที่นำออกมาแสดงให้เห็นในขณะนั้น และไม่ได้ปรากฏตัวเช่นเดิมกับสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป กับผู้คนที่แตกต่าง แม้แต่ความไม่ซื่อตรงที่มีต่อตัวเขาเอง หรืออาจเพราะความซื่อตรงที่มีต่อตัวเขา\n\n\"เราอาจรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่อาจรับรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงของมัน\"\n\nหนังเรื่องนี้ไม่ได้สื่อออกมาเพียงภาพของความอัจฉริยะที่คน ๆ หนึ่ง ของคนกลุ่มหนึ่งที่มารวมตัวกันจะสามารถมีได้ ทฤษฎีที่เป็นเพียงนามธรรมที่ถูกนำออกมาใช้ให้เกิดเป็นความจริงเชิงประจักษ์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดผ่านผงของแท่งชอล์กที่ขีดลงเป็นตัวเลขหรือคำอธิบายเป็นตัวอักษรบนแผ่นกระดานดำ แต่จากทุก ๆ สิ่งที่เป็นตัวตนของเขาทั้งชีวิต ของพวกเขา\n\nความซับซ้อนของมนุษย์ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ภาพของนักวิทยาศาสตร์ที่ต่อสู้กับทฤษฎีที่ท้าทาย องค์ประกอบอื่น ๆ ในอีกหลากหลายมิติที่ตัวหนังนำเสนอ การเมือง สงคราม การแข่งขัน หรือแม้แต่กับมนุษย์ที่เคยเป็นพันธมิตรในการร่วมมือกันทำสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง แม้ผิดใจกันเพียงครั้งเดียวก็สามารถจุดชนวนของสงครามครั้งใหม่ขึ้นมาได้ ดำเนินขึ้นอย่างลับ ๆ จนถึงช่วงเวลาที่สุกงอมเหมือนผลไม้ที่สุกเน่าคาต้น พร้อมที่จะร่วงหล่นลงบนดินเพื่อเจริญงอกงามเป็นเรื่องราวใหม่\n\nเป็น 3 ชม. ที่คุ้มค่ามาก ๆ ในบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์ [block time : 926,813]\n\nว่าแล้วชักอยากจะกลับไปอ่าน Helgoland อีกรอบ ถึงไฮเซนเบิร์กผู้ค้นพบกลศาสตร์เมทริกซ์ขณะปลีกวิเวกบนเกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่งอังกฤษอย่างยากลำบาก คู่ขัดแย้งของฟังก์ชันคลื่นจากชโรดิงเจอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งการเที่ยวพักผ่อนกับชู้รักในเทือกเขาแอลป์ ต้นธารแห่งความไม่เข้าใจในกลศาสตร์ควอนตัมที่ไม่มีใครเข้าใจมันได้จริง ๆ แต่มนุษย์ก็ยังคงสามารถนำมันมาใช้สร้างเป็นระเบิดที่ทำลายล้างกันเองได้ในที่สุด\n\n---\nNote: ความสนใจเฉพาะ\n\nOppenhiemer (2023)\n\"บัดนี้เราคือ[ความตาย]คือผู้ทำลายล้างโลกทั้งมวล\"\nภควัทคีตา บรรพ 11 โศลก 32\n\nhttps://vedabase.io/en/library/bg/11/32/\n\nKālah ในที่นี้แปลว่า \"เวลา\" กาลเวลาเกี่ยวข้องยังไงกับความตาย? Oppenheimer มองเห็นตัวเองเป็นผู้เร่งรัดเวลาให้นำสู่การทำลายทุกสิ่ง?\n\n#siamstr\n#siamstrOG",
"sig": "91da976ac025fbacfa7213c186f9bae15bdeb5efc9638a4b2cc7873038cedf7f46681fd68f8ba49ab5dc91d9c776e657c7ccfcc143e6bc530695a5142a6b05f8"
}