Join Nostr
2026-03-21 00:39:04 UTC

daharsailor on Nostr: ย้อนกลับไปในปี 2019 ...

ย้อนกลับไปในปี 2019 นักดาราศาสตร์ได้ตรวจพบสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงรหัส GW190521 ซึ่งเป็นสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงที่รุนแรงที่สุดที่เราเคยตรวจจับได้ โดยในตอนแรกเหล่านักดาราศาสตร์ต่างเชื่อว่าคลื่นแรงโน้มถ่วงนี้เกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำคู่หนึ่ง



.
ทว่าเมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ (JWST) ได้รับการปล่อยตัวไปยังอวกาศเพื่อสังเกตกาแล็กซี่ที่อยู่ห่างไกล และมีอายุมากที่มีมวลมากผิดปกติในช่วงเริ่มแรกของเอกภพ ซึ่งดูเหมือนจะเติบโตเร็วเกินกว่าที่ทฤษฎีทางฟิสิกส์เดิมจะอธิบายได้ จึงมีการเสนอใหม่ว่าสิ่งที่เจมส์เวบบ์เห็น อาจจะไม่ใช่กาแล็กซี่ แต่เป็นดาวฤกษ์ในทฤษฎีที่เรียกว่า 'ดาวฤกษ์มืด' หรือ (Dark star) ซึ่งสามารถสร้างคลื่นความโน้มถ่วงเมื่อดาวฤกษ์มืดมาชนกันได้ เช่นเดียวกันกับหลุมดำ
.
จึงเป็นสาเหตุที่โครงการวิจัย NewFunFiCO ภายใต้การสนับสนุนของสหภาพยุโรป (EU) ได้พยายามรวบรวมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากทั่วโลกมาพิสูจน์ว่าคลื่นความโน้มถ่วงที่เราเคยวัดได้ในปี 2019 มาจากดาวฤกษ์มืดชนกันหรือไม่ ไม่ใช่หลุมดำอย่างที่เราเคยเข้าใจ
.
หากว่ากันตามทฤษฎีแล้วดาวฤกษ์มืดเป็นวัตถุทางดาราศาสตร์ที่แปลกประหลาดมาก ๆ เนื่องจากมันประกอบขึ้นมาจาก ‘สสารมืด’ (Dark matter) ตามชื่อของมัน ซึ่งสสารมืดเป็นสสารที่มองไม่เห็น ตรวจจับด้วยแสงไม่ได้ ในขณะที่กลับมีมวลและมีแรงโน้มถ่วงเหมือนสสารทั่วไป ทว่าในบางครั้งดาวฤกษ์มืดก็อาจจะทำให้สสารธรรมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเช่นพวกกลุ่มแก๊สเกิดความร้อนจนเรืองแสงออกมาในช่วงคลื่นอินฟราเรด เป็นจุดสีแดงจาง ๆ ที่กล้องเจมส์เวบบ์เห็นได้
.
โดยปกติแล้วเป็นที่ทราบกันดีว่ากลไกการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ธรรมดาอย่างดวงอาทิตย์ จะอาศัยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน หรือการหลอมรวมของอะตอมเพื่อสร้างธาตุหนัก ณ แกนกลางของดาว แต่ทว่าดาวมืดกลับกลับอาศัย ‘การประลัย’ (Annihilation) ของสสารมืด ซึ่งนักวิทย์คิดว่าอนุภาคของสสารมืดมีปฏิสสารในตัวเอง อยู่กันเป็นคู่และประลัยกันตลอดเวลา เมื่อพวกมันชนกันในใจกลางดาวที่มีความหนาแน่นสูง มันจะทำลายล้างกันเองและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลที่สร้างแรงดันภายในออกมาต้านแรงโน้มถ่วง เหมือนกับดาวฤกษ์ที่พวกเรารู้จักกัน
.
โดยนักดาราศาสตร์กล่าวว่าดาวฤกษ์มืดพวกนี้มีความหนาแน่นที่สูงมาก หากดาวฤกษ์มืดมาชนชันมันก็จะปลดปล่อยคลื่นแรงโน้มถ่วงให้ออกมาคล้ายกับหลุมดำได้ ซึ่งอาจทำให้นักดาราศาสตร์บนโลกเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นนักดาราศาสตร์ในโครงการ NewFunFiCO จึงมีความพยายามที่จะแยกแยะดาวมืดกับหลุมดำผ่านการสังเกตคลื่นความโน้มถ่วงอย่างละเอียด เพื่อหาความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ที่จะช่วยยืนยันได้ว่าวัตถุที่สังเกตอยู่นั้นเป็นดาวมืดหรือหลุมดำกันแน่
.
การศึกษาดาวฤกษ์มืดในครั้งนี้ในอนาคตอันใกล้ จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันการมีอยู่และคุณสมบัติของสสารมืดที่นักวิทยาศาสตร์ตามหากันมานานได้เสียที
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times

#Nostr #Zap #News #lightning #Social