daharsailor on Nostr: ย้อนกลับไปในปี 2019 ...
ย้อนกลับไปในปี 2019 นักดาราศาสตร์ได้ตรวจพบสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงรหัส GW190521 ซึ่งเป็นสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงที่รุนแรงที่สุดที่เราเคยตรวจจับได้ โดยในตอนแรกเหล่านักดาราศาสตร์ต่างเชื่อว่าคลื่นแรงโน้มถ่วงนี้เกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำคู่หนึ่ง
.
ทว่าเมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ (JWST) ได้รับการปล่อยตัวไปยังอวกาศเพื่อสังเกตกาแล็กซี่ที่อยู่ห่างไกล และมีอายุมากที่มีมวลมากผิดปกติในช่วงเริ่มแรกของเอกภพ ซึ่งดูเหมือนจะเติบโตเร็วเกินกว่าที่ทฤษฎีทางฟิสิกส์เดิมจะอธิบายได้ จึงมีการเสนอใหม่ว่าสิ่งที่เจมส์เวบบ์เห็น อาจจะไม่ใช่กาแล็กซี่ แต่เป็นดาวฤกษ์ในทฤษฎีที่เรียกว่า 'ดาวฤกษ์มืด' หรือ (Dark star) ซึ่งสามารถสร้างคลื่นความโน้มถ่วงเมื่อดาวฤกษ์มืดมาชนกันได้ เช่นเดียวกันกับหลุมดำ
.
จึงเป็นสาเหตุที่โครงการวิจัย NewFunFiCO ภายใต้การสนับสนุนของสหภาพยุโรป (EU) ได้พยายามรวบรวมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากทั่วโลกมาพิสูจน์ว่าคลื่นความโน้มถ่วงที่เราเคยวัดได้ในปี 2019 มาจากดาวฤกษ์มืดชนกันหรือไม่ ไม่ใช่หลุมดำอย่างที่เราเคยเข้าใจ
.
หากว่ากันตามทฤษฎีแล้วดาวฤกษ์มืดเป็นวัตถุทางดาราศาสตร์ที่แปลกประหลาดมาก ๆ เนื่องจากมันประกอบขึ้นมาจาก ‘สสารมืด’ (Dark matter) ตามชื่อของมัน ซึ่งสสารมืดเป็นสสารที่มองไม่เห็น ตรวจจับด้วยแสงไม่ได้ ในขณะที่กลับมีมวลและมีแรงโน้มถ่วงเหมือนสสารทั่วไป ทว่าในบางครั้งดาวฤกษ์มืดก็อาจจะทำให้สสารธรรมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเช่นพวกกลุ่มแก๊สเกิดความร้อนจนเรืองแสงออกมาในช่วงคลื่นอินฟราเรด เป็นจุดสีแดงจาง ๆ ที่กล้องเจมส์เวบบ์เห็นได้
.
โดยปกติแล้วเป็นที่ทราบกันดีว่ากลไกการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ธรรมดาอย่างดวงอาทิตย์ จะอาศัยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน หรือการหลอมรวมของอะตอมเพื่อสร้างธาตุหนัก ณ แกนกลางของดาว แต่ทว่าดาวมืดกลับกลับอาศัย ‘การประลัย’ (Annihilation) ของสสารมืด ซึ่งนักวิทย์คิดว่าอนุภาคของสสารมืดมีปฏิสสารในตัวเอง อยู่กันเป็นคู่และประลัยกันตลอดเวลา เมื่อพวกมันชนกันในใจกลางดาวที่มีความหนาแน่นสูง มันจะทำลายล้างกันเองและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลที่สร้างแรงดันภายในออกมาต้านแรงโน้มถ่วง เหมือนกับดาวฤกษ์ที่พวกเรารู้จักกัน
.
โดยนักดาราศาสตร์กล่าวว่าดาวฤกษ์มืดพวกนี้มีความหนาแน่นที่สูงมาก หากดาวฤกษ์มืดมาชนชันมันก็จะปลดปล่อยคลื่นแรงโน้มถ่วงให้ออกมาคล้ายกับหลุมดำได้ ซึ่งอาจทำให้นักดาราศาสตร์บนโลกเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นนักดาราศาสตร์ในโครงการ NewFunFiCO จึงมีความพยายามที่จะแยกแยะดาวมืดกับหลุมดำผ่านการสังเกตคลื่นความโน้มถ่วงอย่างละเอียด เพื่อหาความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ที่จะช่วยยืนยันได้ว่าวัตถุที่สังเกตอยู่นั้นเป็นดาวมืดหรือหลุมดำกันแน่
.
การศึกษาดาวฤกษ์มืดในครั้งนี้ในอนาคตอันใกล้ จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันการมีอยู่และคุณสมบัติของสสารมืดที่นักวิทยาศาสตร์ตามหากันมานานได้เสียที
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times
#Nostr #Zap #News #lightning #Social
Published at
2026-03-21 00:39:04 UTCEvent JSON
{
"id": "eca1822fd02bcd5de4e72e5e8f404c1527cf56e73780d8402281a133ecc70304",
"pubkey": "f821a7eb704ad086351395dad6e5131f1d6efd220b7aa9f2d4c6a00434749526",
"created_at": 1774053544,
"kind": 1,
"tags": [
[
"t",
"Nostr"
],
[
"t",
"Zap"
],
[
"t",
"News"
],
[
"t",
"lightning"
],
[
"t",
"Social"
]
],
"content": "ย้อนกลับไปในปี 2019 นักดาราศาสตร์ได้ตรวจพบสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงรหัส GW190521 ซึ่งเป็นสัญญาณคลื่นความโน้มถ่วงที่รุนแรงที่สุดที่เราเคยตรวจจับได้ โดยในตอนแรกเหล่านักดาราศาสตร์ต่างเชื่อว่าคลื่นแรงโน้มถ่วงนี้เกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำคู่หนึ่ง\n\nhttps://image.nostr.build/dae0eaf9d23f42cd53a76acab254c3e9d9f8a5f1f1d21afe221c2d5202537748.jpg\n\n.\nทว่าเมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ (JWST) ได้รับการปล่อยตัวไปยังอวกาศเพื่อสังเกตกาแล็กซี่ที่อยู่ห่างไกล และมีอายุมากที่มีมวลมากผิดปกติในช่วงเริ่มแรกของเอกภพ ซึ่งดูเหมือนจะเติบโตเร็วเกินกว่าที่ทฤษฎีทางฟิสิกส์เดิมจะอธิบายได้ จึงมีการเสนอใหม่ว่าสิ่งที่เจมส์เวบบ์เห็น อาจจะไม่ใช่กาแล็กซี่ แต่เป็นดาวฤกษ์ในทฤษฎีที่เรียกว่า 'ดาวฤกษ์มืด' หรือ (Dark star) ซึ่งสามารถสร้างคลื่นความโน้มถ่วงเมื่อดาวฤกษ์มืดมาชนกันได้ เช่นเดียวกันกับหลุมดำ \n.\nจึงเป็นสาเหตุที่โครงการวิจัย NewFunFiCO ภายใต้การสนับสนุนของสหภาพยุโรป (EU) ได้พยายามรวบรวมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากทั่วโลกมาพิสูจน์ว่าคลื่นความโน้มถ่วงที่เราเคยวัดได้ในปี 2019 มาจากดาวฤกษ์มืดชนกันหรือไม่ ไม่ใช่หลุมดำอย่างที่เราเคยเข้าใจ \n.\nหากว่ากันตามทฤษฎีแล้วดาวฤกษ์มืดเป็นวัตถุทางดาราศาสตร์ที่แปลกประหลาดมาก ๆ เนื่องจากมันประกอบขึ้นมาจาก ‘สสารมืด’ (Dark matter) ตามชื่อของมัน ซึ่งสสารมืดเป็นสสารที่มองไม่เห็น ตรวจจับด้วยแสงไม่ได้ ในขณะที่กลับมีมวลและมีแรงโน้มถ่วงเหมือนสสารทั่วไป ทว่าในบางครั้งดาวฤกษ์มืดก็อาจจะทำให้สสารธรรมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเช่นพวกกลุ่มแก๊สเกิดความร้อนจนเรืองแสงออกมาในช่วงคลื่นอินฟราเรด เป็นจุดสีแดงจาง ๆ ที่กล้องเจมส์เวบบ์เห็นได้ \n.\nโดยปกติแล้วเป็นที่ทราบกันดีว่ากลไกการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ธรรมดาอย่างดวงอาทิตย์ จะอาศัยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน หรือการหลอมรวมของอะตอมเพื่อสร้างธาตุหนัก ณ แกนกลางของดาว แต่ทว่าดาวมืดกลับกลับอาศัย ‘การประลัย’ (Annihilation) ของสสารมืด ซึ่งนักวิทย์คิดว่าอนุภาคของสสารมืดมีปฏิสสารในตัวเอง อยู่กันเป็นคู่และประลัยกันตลอดเวลา เมื่อพวกมันชนกันในใจกลางดาวที่มีความหนาแน่นสูง มันจะทำลายล้างกันเองและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลที่สร้างแรงดันภายในออกมาต้านแรงโน้มถ่วง เหมือนกับดาวฤกษ์ที่พวกเรารู้จักกัน\n.\nโดยนักดาราศาสตร์กล่าวว่าดาวฤกษ์มืดพวกนี้มีความหนาแน่นที่สูงมาก หากดาวฤกษ์มืดมาชนชันมันก็จะปลดปล่อยคลื่นแรงโน้มถ่วงให้ออกมาคล้ายกับหลุมดำได้ ซึ่งอาจทำให้นักดาราศาสตร์บนโลกเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นนักดาราศาสตร์ในโครงการ NewFunFiCO จึงมีความพยายามที่จะแยกแยะดาวมืดกับหลุมดำผ่านการสังเกตคลื่นความโน้มถ่วงอย่างละเอียด เพื่อหาความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ที่จะช่วยยืนยันได้ว่าวัตถุที่สังเกตอยู่นั้นเป็นดาวมืดหรือหลุมดำกันแน่\n.\nการศึกษาดาวฤกษ์มืดในครั้งนี้ในอนาคตอันใกล้ จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันการมีอยู่และคุณสมบัติของสสารมืดที่นักวิทยาศาสตร์ตามหากันมานานได้เสียที\n.\nNews by Peeravut Boonsat, The Space Times\nEdited by Chinapong Lienpanich, The Space Times\n\n#Nostr #Zap #News #lightning #Social ",
"sig": "905048a20aedbd6c1b23f7f2645523e1c7780a94290cb620fbbd2451ef2aaa320551eb8f3e4a876a8bfe7d846b12d224391fe76f37be6d3f958e868b203fb816"
}