……………………………………………
ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า ภัยร้ายของเครือข่ายสแกมเมอร์ นั้นเป็นเพียงแค่การหลอกเงิน หรือการฉ้อโกงประชาชนเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว เครือข่ายสแกมเมอร์ถือเป็นภัยร้ายอย่างมหันต์ ต่อเศรษฐกิจปากท้อง และต่อการประกอบอาชีพของประชาชนทุกคน ทุกระดับ ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ก็ต้องเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เพราะฉะนั้น โพสต์นี้ผมจึงตั้งใจจะรวบรวม ภัยร้ายทั้งหมดของเครือข่ายสแกมเมอร์ และเครือข่ายการฟอกเงินสกปรก เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้เข้าใจ ความชั่วร้ายของมันอย่างทะลุปรุโปร่ง ว่ามันไม่ได้กระทบแค่เงินในบัญชีของเหยื่อ แต่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การหมุนเวียนของเงิน การทำงานของภาคธุรกิจ ไปจนถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เรามาเริ่มกันเลยครับ
.
🚨1. ขบวนการสแกมเมอร์หลอกเงินคนไทยไปถึงปีละ 115,300 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 316 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าเงินจำนวนมหาศาลถูกดูดออกไปจากระบบเศรษฐกิจไทยทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้น 22% ของผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งต้องสูญเงินเก็บที่รอมารอมริบมาตลอดทั้งชีวิต และไม่สามารถกลับไปทำงานใหม่เพื่อหารายได้ชดเชยได้เหมือนเดิมอีกแล้ว ลองคิดตามดูนะครับเมื่อเม็ดเงิน กว่า 1 แสนล้านบาท ถูกโจรสแกมเมอร์ดูดออกไปจากระบบเศรษฐกิจ ย่อมทำให้ กำลังซื้อของประชาชนลดลง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พอกำลังซื้อลดลง ผู้ประกอบการก็ไม่มีแรงจูงใจในการลงทุน พอไม่มีการลงทุน ก็ไม่มีการจ้างงาน และเมื่อการจ้างงานลดลง ก็ยิ่งทำให้การบริโภคภายในประเทศลดลงตามไปอีกเป็นลูกโซ่ นี่ยังไม่นับผลกระทบอีกด้านหนึ่ง คือ เมื่อประชาชนถูกสแกมเมอร์ฉ้อโกงทรัพย์ หลายคนจำเป็นต้อง กู้ยืมเงิน เพื่อประคองชีวิต ทำให้ หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น เป็นการซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง
.
🚨2. ในแต่ละปี มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงเอาเงินไปกว่า 300,000 คดี หรือเฉลี่ยวันละกว่า 850 คดี ตัวเลขที่สูงเช่นนี้ทำให้พนักงานสอบสวนตามสถานีตำรวจต่างๆ ต้องรับผิดชอบคดีเป็น หลักร้อยคดีต่อคน และมีแนวโน้มสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ภายใต้สภาวะ Overload เช่นนี้ ย่อมนำไปสู่ ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อภาระงานล้นมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนในคดีอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบต่อเนื่องคือ อัตราการจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีอาชญากรรมอื่นๆ เช่น ลักวิ่งชิงปล้น ยาเสพติด อาชญากรรมในชีวิตประจำวัน ย่อมลดลงเพราะกำลังคน และเวลา ถูกดึงไปใช้กับคดีสแกมเมอร์เป็นจำนวนมาก
.
🚨3. รูปแบบของการหลอกลวงออนไลน์ของขบวนการสแกมเมอร์ มักจะอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า “การหลอกแบบเชือดหมู” (Pig Butchering) ซึ่งไม่ใช่แค่การหลอกเงินแบบฉาบฉวย แต่เป็นการหลอกสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อ ให้เหยื่อตายใจ เชื่อใจ และเกิดความผูกพันทางอารมณ์ จากนั้นจึงค่อยหลอกให้เหยื่อลงทุน หรือโอนเงินให้เรื่อยๆ จนหมดตัว ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเงินที่สูญเสียไป แต่ยัง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจของเหยื่ออย่างรุนแรง เช่น ความเครียด โรคซึมเศร้า ความรู้สึกผิดต่อตนเอง และในบางกรณีถึงขั้นคิดสั้น ซึ่งเป็นผลกระทบที่สังคมมักมองข้าม
.
🚨4. เงินสกปรกจากขบวนการสแกมเมอร์ หลักแสนล้านบาทต่อปี ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาฟอกในประเทศไทย ผ่านธุรกิจที่สร้างยอดขายเป็นเงินสดทุกวัน (หรือเครดิตระยะสั้น) เช่น รีสอร์ท โรงแรม ร้านค้าปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ ร้านอาหาร ผับบาร์ ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจขนส่ง ฯลฯ ธุรกิจฟอกเงินเหล่านี้พร้อมจ่ายค่าเช่าสถานที่ในอัตราที่สูง มักเช่าพื้นที่ร้านขนาดใหญ่ ขาย “ตัดราคา” เพื่อสร้างภาพว่าขายดี ยอมขาย ขาดทุนได้ เพราะเป้าหมายคือทำยอดขายให้เป็นเงินสด ไม่ได้สนใจกำไรขาดทุนจริง ใช้ยอดขายปลอมเหล่านี้ในการฟอกเงินให้เป็นรายได้ถูกกฎหมาย ผลคือ ธุรกิจสุจริตต้องแบกค่าเช่าร้านที่แพงขึ้น และถูกตัดราคาจนสู้ไม่ไหว ทำให้ทยอยปิดกิจการไปเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจสุจริตที่มีรูปแบบการขายสินค้าแบบทางไกล (Telesale) ที่ต้องถูกเหมารวม หรือถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกด้วยนะครับ
.
🚨5. เมื่อธุรกิจสุจริตทยอยปิดกิจการ ทุนเทาข้ามชาติก็จะเข้าซื้อกิจการที่กำลังจะปิดหรือใกล้ล้ม เพื่อขยายกระบวนการฟอกเงินของตนเองให้ใหญ่ขึ้น หากยิ่งฟอกเงินได้มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการสุจริตในพื้นที่ประสบกับการขาดทุนจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และต้องทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
.
🚨6. พอธุรกิจสุจริตทยอยปิดกิจการ ก็จำเป็นต้องปลดพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ภาระตกอยู่ที่ กองทุนประกันสังคม ซึ่งต้องจ่ายเงินชดเชยการว่างงานในปริมาณที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน เมื่อมีคนว่างงานเพิ่มขึ้น รายได้ครัวเรือนก็ลดลง ในขณะที่รายจ่ายยังคงเท่าเดิม ผลที่ตามมาคือ หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กำลังซื้อของประชาชนลดลง การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว เศรษฐกิจโดยรวมเข้าสู่ภาวะซึมลึกมากขึ้น สรุปแล้ว ผลกระทบจากธุรกิจฟอกเงินไม่ได้จบที่ “ร้านเจ๊ง” แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจครัวเรือน ระบบสวัสดิการ และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
.
🚨7. ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ตกงาน ก็จะถูกขบวนการสแกมเมอร์ชักชวนให้ไปเปิดบัญชีม้า (Mule Account) ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีบัญชีม้า มากถึง 2.3 ล้านบัญชี โดยมีเจ้าของบัญชีม้าประมาณ 200,000 ราย ที่แต่ละรายเปิดบัญชีเฉลี่ย ประมาณ 10 บัญชี ได้รับค่าตอบแทนบัญชีละ 1,000-2,000 บาท ยิ่งมีบัญชีม้ามากเท่าไหร่ การหลอกลวงผู้เสียหายก็ขยายเป็นวงกว้างได้มากขึ้นเท่านั้น ปัจจุบัน พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 กำหนดโทษการเปิดบัญชีม้าอย่างรุนแรงมาก เปิด / ขาย / ให้เช่า / ให้ยืมบัญชีธนาคารหรือซิมการ์ดแก่บุคคลอื่น จำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับ 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากจัดหา หรือชักชวนผู้อื่นให้เปิดบัญชีม้า จำคุก 2-5 ปี และปรับ 200,000-500,000 บาท และเมื่อศาลพิจารณาโทษ จะพิจารณาเป็นกรรมๆ ไป หากเปิดเป็นสิบๆ บัญชี ก็อาจถูกจำคุกรวมสูงถึง 20 ปี เลยทีเดียว หากไม่เร่งปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เรือนจำจะเต็มไปด้วยเจ้าของบัญชีม้า ส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียประชากรในวัยแรงงานจำนวนมาก
.
🚨8. ปัจจุบันการอายัดบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นการอายัดที่ “เลขประจำตัวประชาชน” ทำให้เจ้าของบัญชีม้า ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารใหม่ได้อีกเลย ผลกระทบที่ตามมาคือ ไม่สามารถสมัครงานในบริษัทต่างๆ ได้ เพราะบริษัทต้องโอนเงินเดือนเข้าบัญชีธนาคาร เมื่อเปิดบัญชีไม่ได้ นายจ้างก็จะรู้ทันทีว่าเป็น “เจ้าของบัญชีม้า” และคงไม่มีบริษัทใดต้องการรับอาชญากรเข้าทำงานแน่นอน ดังนั้น การเปิดบัญชีม้าเพียงเพื่อเงินหลักพัน อาจทำให้เจ้าของบัญชีม้า หมดอนาคตทั้งชีวิต
.
🚨9. ทุนเทาข้ามชาติยังมีพฤติกรรมใช้ตัวแทนอำพราง หรือนอมินี (Nominee) เข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น ที่ดิน บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม วัตถุประสงค์คือ แปลงเงินสกปรกให้กลายเป็นทรัพย์สินที่ดูถูกกฎหมาย ผลที่เกิดขึ้นคือ ราคาที่ดินและอสังหาฯ ถูกปั่นจนเกิดภาวะฟองสบู่ ประชาชนที่ทำมาหากินสุจริตต้องแบกรับราคาบ้านและที่อยู่อาศัยที่แพงขึ้น คนรุ่นใหม่ซื้อบ้านไม่ได้ เกิดความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินรุนแรงขึ้นแบบถาวร
.
🚨10. ทุนเทาข้ามชาติยังฟอกเงินผ่านมูลนิธิ องค์กรการกุศล วัด และองค์กรศาสนา เนื่องจากระบบบัญชีไม่เข้มงวด การตรวจสอบหลวม มีข้ออ้างว่าได้เงินบริจาคจากผู้ใจบุญที่ไม่ประสงค์ออกนาม จึงแทบไม่มีใครกล้าตรวจสอบขั้นตอนการฟอก ก็คือ นำเงินสกปรกไปบริจาคเข้ามูลนิธิ มูลนิธินำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อจัดจ้าง “บริษัทนอมินี” ในเครือข่าย ซื้อจริงบ้าง ซื้อเท็จบ้าง ซื้อแพงเกินจริงบ้าง เงินสกปรกที่เข้ามาในรูป “เงินบริจาค” ก็จะกลายเป็น “รายได้ถูกกฎหมาย” ของบริษัทนอมินีในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น มูลนิธิเหล่านี้ยังใช้ “ภาพลักษณ์ความดีจอมปลอม” เป็นโล่คุ้มกัน เมื่อใครตั้งคำถามก็ถูกโจมตีว่ามีเจตนาไม่ดีต่อศาสนา หรือองค์กรการกุศล ทำให้เครือข่ายฟอกเงินสามารถ สยายปีกอาละวาดทำลายระบบเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง
.
🚨11. รายงานล่าสุดพบว่า เครือข่ายการฟอกเงินเหิมเกริมถึงขั้น จดจัดตั้งบริษัทนอมินี เพื่อเข้าร่วมการประกวดราคาและรับงานจากภาครัฐโดยตรง โดยบริษัทนอมินีเหล่านี้พร้อมที่จะ ตัดราคาอย่างบ้าคลั่ง อยู่แล้ว เพราะการรับงานภาครัฐ หากสามารถจ่ายส่วย และจ่ายเบี้ยบ้ายรายทางจนส่งมอบงานได้สำเร็จ สุดท้ายก็ได้รับเงินค่าจ้างอยู่ดี ดังนั้น จาก “เงินสกปรก” ที่ถูกส่งเข้ามาในประเทศ ก็กลายเป็นเงินที่ภาครัฐ “ช่วยฟอก” ให้ผ่านโครงการของรัฐ กลายเป็น ผงซักฟอกชั้นดี ที่ทำให้เงินผิดกฎหมายกลายเป็นรายได้ที่ดูถูกต้องตามกฎหมายในทันที
.
🚨12. เป็นเรื่องปกติมากที่ หากทุนเทาข้ามชาติสามารถใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินได้สำเร็จ เจ้าของเงินสกปรกเหล่านี้ ซึ่งก็คือมาเฟียข้ามชาติ ก็จะยกโขยงกันเข้ามาสร้างอาณาจักรศูนย์เหรียญในประเทศไทยทันที พวกเขาจะใช้บริษัทนอมินีเข้ามากว้านซื้อ ที่ดิน บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ธุรกิจเชิงพาณิชย์ แล้วใช้ธุรกิจศูนย์เหรียญที่ตั้งขึ้นใหม่ หาประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศ สถาปนาอาณาจักรเศรษฐกิจในการซื้อขายกันเอง โดยไม่จ่ายภาษีให้กับประเทศไทยเลยแม้แต่บาทเดียว ยิ่งไปกว่านั้น มาเฟียข้ามชาติยังใช้เงินสกปรกซื้อ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ให้มาเป็น “สมุนรับใช้” เพื่อให้วงศ์วาน และเครือข่ายของตน อยู่เหนือกฎหมาย ทำอะไรก็ได้ เปิดบ่อน ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ หรือดำเนินธุรกิจสีเทาใดๆ ได้อย่างเสรี ปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วในเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งของไทย ที่ควรจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวคุณภาพดี ที่จับจ่ายใช้สอยเพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย แต่กลับถูกแทนที่ด้วยมาเฟียข้ามชาติ ที่เข้ามาเอารัดเอาเปรียบคนไทยอย่างเลือดเย็น ประชาชนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ กลับต้องทนอยู่ใต้การกดขี่โดยไม่มีทางเลือก
.
🚨13. คนไทยที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” (Nominee) ส่วนใหญ่เมื่อได้รับค่าจ้างเป็นเงินสกปรกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มสร้าง เครือข่ายแห่งความชั่วร้ายของตัวเอง ซึ่งสุดท้ายก็จะขยายตัวกลายเป็นธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การพนันออนไลน์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพนันออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันสร้างความเสียหายจากการมอมเมาประชาชนและเยาวชนไทยมากถึงปีละ 20,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายสแกมเมอร์ และเครือข่ายการฟอกเงินได้
.
🚨14. เงินสกปรกจากขบวนการสแกมเมอร์ในกัมพูชา มีการประเมินว่าอาจมีมูลค่ามากถึง ปีละ 12,500-19,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งตีเป็นเงินไทยราว 400,000-600,000 ล้านบาทต่อปี นี่คือปริมาณเงินสกปรกระดับ “งบประมาณกระทรวงใหญ่ทั้งกระทรวงรวมกัน” ที่ไหลอย่างผิดกฎหมายเข้าสู่ภูมิภาค เงินสกปรกก้อนมโหฬารนี้ เมื่อถูกนำมาฟอกในไทย ก็จะถูกนำไปลงทุนใน ตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ต่างๆ ในประเทศ โดยมีการประเมินกันว่ามีเม็ดเงินสัเทาเคลื่อนเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากถึงปีละ 22,000 ล้านบาท และหุ้นที่ทุนเทาข้ามชาติมักเล็งเป็นเป้าหมาย ก็คือ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีหน่วยงานรัฐร่วมถือหุ้น เนื่องจากเงินสกปรกที่พวกมันมีนั้นมีมูลค่าที่สูงมาก และมีเข้ามาเติมอยู่ทุกวัน ทำให้สามารถปั่นราคาหุ้นได้ง่าย นอกจากการปั่นหุ้นแล้ว ทุนเทาข้ามชาติเหล่านี้ยังจัดสรรเงินสกปรกก้อนใหญ่เอาไว้ให้นักการเมืองชั่วสมุนของพวกมันเอาไปใช้ซื้อเสียง เพื่อให้นักการเมืองชั่วได้เข้าถึงอำนาจรัฐ จากนั้นก็ทำทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้กับหุ้นที่พวกมันถืออยู่ ทำให้การฟอกเงินที่เคยต้องขาดทุน กลายเป็นการฟอกเงินที่มีกำไรจากการปั่นหุ้นตามอำเภอใจ กลไกการตรวจสอบต่างๆ ก็ตกอยู่ในสภาวะสิ้นสภาพ เนื่องจากเงินสกปรกได้ถูกนำไปซื้อตำแหน่งให้คนของพวกมันเข้ามาดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับสูงด้วย เพื่อจะได้เอาหูไปนา เอาตาไปไล่ อำนวยความสะดวกให้พวกมันเข้ามากอบโกยจากประเทศของเราได้ตามใจชอบ นี่คือกลวิธีของการยึดประเทศ หรือ State Capture ของเงินสกปรก ซึ่งหลายประเทศในโลกต้องใช้เวลานับสิบปีกว่าจะถอนรากถอนโคนได้
.
🚨15. ปัจจุบัน นานาอารยประเทศต่างมีมุมมองร่วมกันว่า ขบวนการเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน คือภัยความมั่นคงของโลก เพราะเป็น ศูนย์รวมของความชั่วร้ายทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ ซึ่งทั้งหมดนี้พัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย หากประเทศไทยยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน ในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ และเครือข่ายการฟอกเงิน ในที่สุดประเทศไทยก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเวทีโลกว่าเป็น ฐานฟอกเงินให้กับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และมีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยจะถูกจัดให้อยู่ใน บัญชีเทา (Grey List) ของ FATF ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม เพราะไม่มีประเทศใดอยากนำ “เงินสุจริต” มาลงทุนในประเทศที่ถูกมองว่าเป็นศูนย์ฟอกเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ เมื่อการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศชะงักงัน การพัฒนาอุตสาหกรรมทันสมัยของประเทศก็จะหยุดชะงักตาม ส่งผลให้การจ้างงานแรงงานทักษะสูงที่มีรายได้ดีได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศก็จะต้องจมอยู่กับอุตสาหกรรมเดิมๆ ที่ล้าหลัง และสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก ท้ายที่สุด หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ ประเทศไทยก็จะกลายเป็น ประเทศต้องสาป ที่เต็มไปด้วยเงินสกปรก หมดซึ่งความหวังใดๆ ที่จะส่งมอบให้ลูกหลานในอนาคต
.
นี่ล่ะครับ คือผลกระทบอย่างน้อย 15 ประการ ที่ผมได้รวบรวมมาให้ทุกท่านได้อ่าน เพื่อให้เข้าใจตรงกันอย่างถ่องแท้ว่า เครือข่ายสแกมเมอร์ และเครือข่ายการฟอกเงิน เป็นสิ่งที่เราไม่อาจปล่อยให้มันลอยนวลอยู่ในประเทศได้อีกต่อไป รัฐบาล และทุกภาคส่วนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ปราบปรามมันแบบถอนรากถอนโคน ไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก เพราะตราบใดที่มันยังฝังรากอยู่ในแผ่นดินไทย วันนั้นประเทศไทยจะไม่มีวันปลอดภัย ประชาชนจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ และเศรษฐกิจจะไม่มีวันเติบโตอย่างแท้จริง นักการเมือง หรือนายทุนคนใดที่หาประโยชน์จากเครือข่ายสแกมเมอร์ หรือเป็นมือเป็นไม้ของฮุนเซนในการนำเงินสกปรกจากกัมพูชาเข้ามาฟอกในประเทศไทย เพื่อทำร้าย ทำลายชีวิตของคนไทย ต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าฐานะใหญ่โตเพียงใด ไม่ว่าอำนาจมากแค่ไหน เมื่อทำร้ายประชาชน ต้องได้รับโทษอย่างสาสมที่สุด รวมทั้งต้องถูกยึดอายัดทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์ ที่ได้มาจากเงินบาปที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับคนไทย ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อชดเชยความเสียหายที่พวกมันสร้างไว้นี่คือสิ่งที่ “ยุติธรรม” ที่ควรจะเป็น และคือสิ่งที่เราต้องทำเพื่อประเทศไทย เพื่ออนาคตลูกหลานของพวกเราทุกคน
#ThaiNostrich #Nostr #News
