Stellar ✨🪐 on Nostr: ...
ผมเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวหาแม่และพี่สาวมาที่ Portland, Oregon
เป็นการไปเยี่ยมเยือนครั้งที่ 4 ได้ นับตั้งแต่มาแคนาดา และนับว่าเป็นการเยี่ยมเยือนในรอบ 10 ปี ก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอน 1 ในเหตุผลหลักที่ผมมาที่นี่และยังคงปักหลักอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากแวะเวียนไปหาท่านบ่อยๆ เพราะมันใกล้กว่าบินจากไทยมาก
แม่และพี่สาวผมเดินทางมาอเมริกาเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนเพื่อมาหางานทำ เนื่องด้วยว่าอาชีพการงานที่ไทยให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและภาระหนี้สินที่มีอยู่
นับเป็นครั้งแรกที่ผมกับแม่ต้องห่างกันไกลมากๆ และ ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันเมื่อไหร่ เพราะ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การไปเที่ยว แต่มันคือการไปปักหลักในดินแดนแห่งใหม่
ผ่านมานานร่วม 10 ปี ผมได้มีโอกาสได้เดินทางมาแคนาดา ดินแดนในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งนับว่าเป็นการได้ทำตามความฝันของผม 2 อย่าง คือ การได้มาลองอยู่ในประเทศที่เขาว่าเป็นประเทศทีั่เจริญแล้ว และ .....การได้มาเยี่ยมเยือนหาแม่ที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปี
การขอวีซ่าอเมริกาที่แคนาดานับว่าง่ายมากเมื่อเทียบกับขอที่ไทย ถึงแม้คิวจะยาวมากแต่ผมก็ได้ตั้งใจกดคิวจนได้คิวและรอทำเรื่องวีซ่าจนเสร็จเบ็ดเสร็จก็รวม 9 เดือนได้
ครั้งแรกที่ผมเจอแม่คือ มกราคม ปี 2024 ช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงวันเกิดแม่วันที่ 9 มกราคม..
ตอนเจอแม่จำได้แม่นเลยว่า กอดแม่ปุ้บ น้ำตาจะไหลแต่ก็พยามกลั้นไว้ เพราะเดะพี่สาวมันจะล้อ 555555
สิ่งที่แปลกกว่านั้นคือ แม่ดูผอมลงมาก .. ถึงแม้จะผ่านมาเป็นร่วม 10 ปี แต่แค่กอดครั้งเดียวเราจำได้เลยว่าแม่ดูผอมลง แก่ลงกว่าแต่ก่อนแบบมากๆ นั่นทำให้ทุกครั้งที่เรามองแม่ น้ำตาเรามักจะไหลตลอด ... เพราะเรารู้ว่าเวลาบนโลกของเรากับแม่เหลือน้อยลงเต็มที ...
แต่การจากลามันก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เราต้องกลับแคนาดาเพื่อมาหาเงิน แม่ก็ยังคงต้องหาเงินเผื่อไว้สำหรับให้ตัวเองเกษียร สิ่งที่เราทำได้ก็แค่ทำให้เต็มที่ที่สุด หาเวลาให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอันน้อยนิดนี้ให้คุ้มค่าที่สุด เท่าที่เราจะทำได้เพื่อให้ช่วงเวลาดีๆ ของเราถูกบันทึกไว้บนความทรงจำ
ช่วงเวลา 10 ปีที่หายไป .. เราสามารถสร้างความทรงจำได้มากเท่าไหร่ เราสามารถดูแลท่านได้มากขนาดไหน พอคิดแล้ว มันก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากจริงๆ
ด้วยความบิดเบี้ยวของเงินที่ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรน เดินทางออกจากบ้านเกิดตัวเอง จากครอบครัวและมิตรสหายเพื่อแสวงหาที่ๆ เงินมันยังคงมีมูลค่ามากกว่า และ ใช้มันเพื่อเลี้ยงครอบครัวที่ห่างกันเป็นพันๆกิโล นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยมาตลอดและแอบโกรธอยู่ในใจว่า ทำไมวะ ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ..
ถ้าเงินมันดี บางทีเป้าหมายของการเดินทางอาจจะเปลี่ยนไป มันอาจจะไม่ใช่เพราะเงิน แต่อาจจะเป็นอะไรสักอย่างที่เราได้วาดฝันเอาไว้
แต่ใดๆ ก็ตามต้องยอมรับว่าถือแม้แม่กับพี่สาวผมจะอยู่อเมริกามานาน แต่สภาวะทางการเงินก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ส่วนหนึ่งก็คือไม่รู้จักการประมาณการใช้จ่าย และ ขาดการตระหนักเรื่องการเก็บออม .. ถึงค่าครองชีพที่นี่จะแพง แต่ถ้าวางแผนดีๆก็คงมีพอเก็บบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ได้คุยบ้างแล้ว และ คงต้องคอยช่วยกันต่อไป ..
วันนี้ก็อยากเล่าให้ฟัง และ บอกสิ่งที่คิดๆได้ว่า
พอเรามองคนรอบตัวเรา กับ เวลาที่เราเหลืออยู่กับพวกเขา มันทำให้เราฉุกคิดได้เสมอว่า เราไม่ควรเสียเวลาไปกับอะไรที่เราไม่ได้ให้คุณค่ากับมัน เราควรเลือกใช้เวลาให้สิ่งที่เราให้คุณค่ามากที่สุด ครอบครัว เพื่อน ความสัมพันธ์ การงาน การไปเปิดโลกหรืออะไรก็ตาม ที่ทำแล้วเราอยากตื่นขึ้นมาในวันถัดไป ทำแล้วรู้สึกว่าว่าข้างในตัวตนของเรามันอิ่มเอมในทุกๆวัน ราวกับไม่มีที่ว่างในทุกอณูของตัวเรา
แน่นอนหล่ะ เราคงเลือกไม่ได้เสมอไปกับสิ่งที่เราให้คุณค่ามากที่สุด แต่ ขอแค่ที่ทำอยู่มันไม่ใช่สิ่งที่เราไม่ได้ให้คุณค่ามันเลยก็พอ
ผมก็เป็น .. ยังคงทำงานที่ถามว่าผมให้คุณค่ากับมันมากเท่าไหน ก็คงสักประมาณ 5-6 จาก 10 แต่มันพ่วงไปกับสิ่งอื่นที่เราให้คุณค่ามากอยู่ เช่น การมีเงินเก็บบิตคอยน์ การได้ไปหาแม่ แต่สุดท้ายแล้วเราควรที่จะโฟกัสไปกับสิ่งที่เราให้คุณค่ามากกว่านี้ในอนาคต และสิ่งที่จะทำให้เราทำยังงั้นได้ คือ Hard money และ Proof of work ของเรานั่นเอง
#siamstr
Published at
2025-09-18 05:59:44 UTCEvent JSON
{
"id": "880a3480c7d42656e91372275d7d6eb520e9c2673a9a1cb952ede2f5b6c5f47c",
"pubkey": "0daa268236e2d434619c2afe3ad2fd7282cab0de2a34195f973bb067e6d2e00e",
"created_at": 1758175184,
"kind": 1,
"tags": [
[
"t",
"siamstr"
],
[
"t",
"#siamstr"
]
],
"content": "ผมเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวหาแม่และพี่สาวมาที่ Portland, Oregon \n\nเป็นการไปเยี่ยมเยือนครั้งที่ 4 ได้ นับตั้งแต่มาแคนาดา และนับว่าเป็นการเยี่ยมเยือนในรอบ 10 ปี ก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอน 1 ในเหตุผลหลักที่ผมมาที่นี่และยังคงปักหลักอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากแวะเวียนไปหาท่านบ่อยๆ เพราะมันใกล้กว่าบินจากไทยมาก \n\nแม่และพี่สาวผมเดินทางมาอเมริกาเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนเพื่อมาหางานทำ เนื่องด้วยว่าอาชีพการงานที่ไทยให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและภาระหนี้สินที่มีอยู่ \n\nนับเป็นครั้งแรกที่ผมกับแม่ต้องห่างกันไกลมากๆ และ ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันเมื่อไหร่ เพราะ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การไปเที่ยว แต่มันคือการไปปักหลักในดินแดนแห่งใหม่ \n\nผ่านมานานร่วม 10 ปี ผมได้มีโอกาสได้เดินทางมาแคนาดา ดินแดนในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งนับว่าเป็นการได้ทำตามความฝันของผม 2 อย่าง คือ การได้มาลองอยู่ในประเทศที่เขาว่าเป็นประเทศทีั่เจริญแล้ว และ .....การได้มาเยี่ยมเยือนหาแม่ที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปี \n\nการขอวีซ่าอเมริกาที่แคนาดานับว่าง่ายมากเมื่อเทียบกับขอที่ไทย ถึงแม้คิวจะยาวมากแต่ผมก็ได้ตั้งใจกดคิวจนได้คิวและรอทำเรื่องวีซ่าจนเสร็จเบ็ดเสร็จก็รวม 9 เดือนได้ \n\nครั้งแรกที่ผมเจอแม่คือ มกราคม ปี 2024 ช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงวันเกิดแม่วันที่ 9 มกราคม.. \n\nตอนเจอแม่จำได้แม่นเลยว่า กอดแม่ปุ้บ น้ำตาจะไหลแต่ก็พยามกลั้นไว้ เพราะเดะพี่สาวมันจะล้อ 555555 \n\nสิ่งที่แปลกกว่านั้นคือ แม่ดูผอมลงมาก .. ถึงแม้จะผ่านมาเป็นร่วม 10 ปี แต่แค่กอดครั้งเดียวเราจำได้เลยว่าแม่ดูผอมลง แก่ลงกว่าแต่ก่อนแบบมากๆ นั่นทำให้ทุกครั้งที่เรามองแม่ น้ำตาเรามักจะไหลตลอด ... เพราะเรารู้ว่าเวลาบนโลกของเรากับแม่เหลือน้อยลงเต็มที ... \n\nแต่การจากลามันก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เราต้องกลับแคนาดาเพื่อมาหาเงิน แม่ก็ยังคงต้องหาเงินเผื่อไว้สำหรับให้ตัวเองเกษียร สิ่งที่เราทำได้ก็แค่ทำให้เต็มที่ที่สุด หาเวลาให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอันน้อยนิดนี้ให้คุ้มค่าที่สุด เท่าที่เราจะทำได้เพื่อให้ช่วงเวลาดีๆ ของเราถูกบันทึกไว้บนความทรงจำ\n\nช่วงเวลา 10 ปีที่หายไป .. เราสามารถสร้างความทรงจำได้มากเท่าไหร่ เราสามารถดูแลท่านได้มากขนาดไหน พอคิดแล้ว มันก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากจริงๆ \n\nด้วยความบิดเบี้ยวของเงินที่ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรน เดินทางออกจากบ้านเกิดตัวเอง จากครอบครัวและมิตรสหายเพื่อแสวงหาที่ๆ เงินมันยังคงมีมูลค่ามากกว่า และ ใช้มันเพื่อเลี้ยงครอบครัวที่ห่างกันเป็นพันๆกิโล นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยมาตลอดและแอบโกรธอยู่ในใจว่า ทำไมวะ ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ .. \n\nถ้าเงินมันดี บางทีเป้าหมายของการเดินทางอาจจะเปลี่ยนไป มันอาจจะไม่ใช่เพราะเงิน แต่อาจจะเป็นอะไรสักอย่างที่เราได้วาดฝันเอาไว้ \n\nแต่ใดๆ ก็ตามต้องยอมรับว่าถือแม้แม่กับพี่สาวผมจะอยู่อเมริกามานาน แต่สภาวะทางการเงินก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ส่วนหนึ่งก็คือไม่รู้จักการประมาณการใช้จ่าย และ ขาดการตระหนักเรื่องการเก็บออม .. ถึงค่าครองชีพที่นี่จะแพง แต่ถ้าวางแผนดีๆก็คงมีพอเก็บบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ได้คุยบ้างแล้ว และ คงต้องคอยช่วยกันต่อไป .. \n\nวันนี้ก็อยากเล่าให้ฟัง และ บอกสิ่งที่คิดๆได้ว่า \n\nพอเรามองคนรอบตัวเรา กับ เวลาที่เราเหลืออยู่กับพวกเขา มันทำให้เราฉุกคิดได้เสมอว่า เราไม่ควรเสียเวลาไปกับอะไรที่เราไม่ได้ให้คุณค่ากับมัน เราควรเลือกใช้เวลาให้สิ่งที่เราให้คุณค่ามากที่สุด ครอบครัว เพื่อน ความสัมพันธ์ การงาน การไปเปิดโลกหรืออะไรก็ตาม ที่ทำแล้วเราอยากตื่นขึ้นมาในวันถัดไป ทำแล้วรู้สึกว่าว่าข้างในตัวตนของเรามันอิ่มเอมในทุกๆวัน ราวกับไม่มีที่ว่างในทุกอณูของตัวเรา \n\nแน่นอนหล่ะ เราคงเลือกไม่ได้เสมอไปกับสิ่งที่เราให้คุณค่ามากที่สุด แต่ ขอแค่ที่ทำอยู่มันไม่ใช่สิ่งที่เราไม่ได้ให้คุณค่ามันเลยก็พอ \n\nผมก็เป็น .. ยังคงทำงานที่ถามว่าผมให้คุณค่ากับมันมากเท่าไหน ก็คงสักประมาณ 5-6 จาก 10 แต่มันพ่วงไปกับสิ่งอื่นที่เราให้คุณค่ามากอยู่ เช่น การมีเงินเก็บบิตคอยน์ การได้ไปหาแม่ แต่สุดท้ายแล้วเราควรที่จะโฟกัสไปกับสิ่งที่เราให้คุณค่ามากกว่านี้ในอนาคต และสิ่งที่จะทำให้เราทำยังงั้นได้ คือ Hard money และ Proof of work ของเรานั่นเอง\n\n#siamstr ",
"sig": "3e7e4c2d854e83efc906cc89da987b5db5fa937beecfe9d8f455593d9e18be84d20cb64439281e15183b2f7bf682fc8f7a4c2e30ad308cd4079bdc08c5f10c7d"
}