การนวดบริเวณท้ายทอย กับคนไข้ที่มีอาการ "เวียนหัว" คือสิ่งที่ไม่ควรกระทำ จนกว่าจะตรวจและวินิจฉัยจนรู้แล้วว่าอาการเกิดจากอะไร - อาการแบบนี้ไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียว - ถ้ายังดื้อจะนวดโดยไม่ตรวจก่อนแล้วเกิดอันตราย อย่าโทษว่าวิชานวด "ไม่ดี"
https://image.nostr.build/0a8103767224699002617640b93e39fda46214fb5ab20a8581bde624e4385ae1.jpgบทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย
เห็นมีหลาย ๆ คนถามกันว่า "อาการเวียนหัว" นวดยังไงถึงจะหาย ขอเตือนเลยว่าใครที่กำลังหาท่านวดอยู่กับ "อาการเวียนหัว" แนะนำว่าอย่าเพิ่งนวดจนกว่าจะทราบสาเหตุว่าต้นเหตุของอาการเกิดจากอะไร - แต่ถ้ายังดื้อ ดึงดันอยากจะนวดทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตรวจเช็คอะไรเลยและถ้าเกิดอาการผิดปรกติขึ้นมา อย่าได้มาโวยวายว่า "ศาสตร์การนวดอันตราย" เด็ดขาด
*************************************
คำถามที่เห็นถามกันมากที่สุด กับอาการ "เวียนหัว" ก็คือ "นวดยังไง" - น้อยคนที่จะถามว่าต้นเหตุของอาการเกิดจากอะไร หรือจะวินิจฉัยยังไง ซึ่งขอบอกเลยว่าอาการ "เวียนหัว" ถือเป็นหนึ่ง "ภาวะที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ" ที่จำเป็นต้องวินิจฉัยอาการก่อนนวด
*** หากร่างกายของคุณปรกติ ไม่มีทางที่จะเกิดอาการ "เวียนหัว" อย่างแน่นอน ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการ "เวียนหัว" มีหลายสาเหตุ (แพทย์แผนไทยและหมอนวดทุกคนจำเป็นต้องรู้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะหาเรียน) ยกตัวอย่าง (บางส่วน) เช่น
1) สาเหตุจากระบบหูชั้นใน (Vestibular system)
หูชั้นใน (vestibular apparatus: semicircular canals, utricle, saccule) ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัว ร่วมกับตาและสมอง
พยาธิสภาพที่พบ
1.1) Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) เกิดจากการที่ otolith (calcium carbonate crystals) หลุดไปอยู่ใน semicircular canal
เมื่อศีรษะเปลี่ยนท่าทาง ของเหลวในช่อง semicircular canal เคลื่อนผิดปกติ กระตุ้นเซลล์ขน (hair cells) ส่งสัญญาณผิดไปที่สมอง เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน (true vertigo)
*************************************
2) สาเหตุจากระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system, CNS) - สมองและสมองน้อยมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการสัญญาณการทรงตัว
พยาธิสภาพที่พบ - Cerebellar stroke / Ischemia เลือดไปเลี้ยงสมองน้อย (cerebellum) ไม่พอ สมดุลการประสานการเคลื่อนไหวผิดปกติ
*** ถึงแม้หลาย ๆ คนอาจเข้าใจว่าอาการเวียนหัวเกิดจาก "ธาตุลม" ผิดปรกติ ในความเป็นจริงอาการ "เวียนหัว" ไมได้เกิดจากความผิดปรกติของ "ธาตุลม" เสมอไป และก็ไม่ได้เกิดจาก "วาตะ" เสมอไปด้วย (วาตะไม่ใช่ธาตุลม ใครคิดว่าวาตะคือธาตุลมแนะนำให้กลับไปเรียนใหม่)
*** ยกตัวอย่างเช่น เสมหะ (Kapha doṣa) กำเริบ
ลักษณะ - เสมหะเป็น ธาตุน้ำ+ดิน ให้ความหนัก ความมั่นคง ความชุ่มชื้น เมื่อเสมหะเกิน ความหนัก ความชื้น และการคั่งค้างในสโรตะ ทำให้เกิดการอุดตัน การไหลเวียนของปราณและเลือดไปยังสมองลดลง
พยาธิสภาพที่เกิดขึ้น:
- เสมหะสะสมในศีรษะ/หู กดการทำงานของระบบประสาทการทรงตัว
- ความชื้นและความหนืด ทำให้รู้สึกหนักศีรษะ, ง่วง, เวียนหัวเรื้อรัง
- อาการร่วม: มึนหัวแบบตื้อ ๆ หนัก ๆ ตา-หูอื้อ ร่างกายเชื่องช้า เบื่ออาหาร
**********************************
ในบรรดาต้นเหตุของอาการ "เวียนหัว" ทั้งหมด ที่อันตรายมากที่สุดคืออาการที่เกิดจากความผิดปรกติของ "เส้นเลือด" เพราะมันจะสัมพันธ์กับจุดนวดสัญญาณ 1 และ 2 ศีรษะด้านหลัง
*** ตำแหน่งการที่นวดที่คนทั่วไปชอบนวดขยี้กันเอง และหมอนวดบางคนก็ชอบกดโดยไม่ยั้งคิด คือ จุดนวดสัญญาณ 1 และ 2 ศีรษะด้านหลัง นี่แหละ
หากคนไข้เกิดอาการ "เวียนหัว" ที่เกิดจากความผิดปรกติของเส้นเลือดที่บริเวณนี้ หากนวดลงไปได้จังหวะพอดี สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับคนไข้หรือลูกค้าที่ถูกนวดคือ
1) Atherosclerosis / ตีบแข็งของผนังหลอดเลือด - ผนังหลอดเลือดแข็ง หนา และช่องทางแคบลง
*** เมื่อกดท้ายทอย อาจเพิ่มการกดทับทางกล (mechanical compression) luminal diameter ลดลงอีก ลดการไหลเวียนเลือดเข้าสมอง
***********************************
เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าการนวดเป็นเรื่องง่าย แค่นวดคงไม่เป็นอะไร ไม่ต้องตรวจก็ได้ ถ้าฝืนนวดโดยไม่เช็คอาการก่อนแล้วเกิดความผิดปรกติขึ้นมา อย่าโทษว่านวดไม่ดี - คนต่างหากที่ "มักง่าย" เอง
#Nostr #ThaiNostrich #Media
