Join Nostr
2026-03-20 14:26:10 UTC

daharsailor on Nostr: จิตวิทยาของคนที่รวยมากๆ ...

จิตวิทยาของคนที่รวยมากๆ

เมื่อวานผมไปอ่านเจอถึงบทความของ Alison Taylor ศาตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาของ NYU เกี่ยวกับจิตวิทยาของคนที่รวยมากๆ เห็นว่าน่าสนใจก็เลยอยากนำมาแปลและเล่าให้ฟังกัน มันเริ่มต้นจาก

1. การเปลี่ยนแปลงในวิธีที่คนคนนั้นเริ่มมองตัวเอง เพราะความรวยไม่ได้เปลี่ยนแค่สิ่งที่เขาสามารถซื้อได้เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนสิ่งที่เขารู้สึกว่า “ตัวเองควรได้รับ” (entitlement) อีกด้วย

2. หลังจากนั้น สิ่งที่ตามมาคือ “isolation” แต่คำคำนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ “ความโดดเดี่ยว” หากหมายถึงการ “แยกตัวออก” จากคนอื่นอย่างเป็นระบบ ความรวยในระดับสูงมักพาคนเข้าไปอยู่ในโลกที่ถูกคัดกรองมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนเอกชน, สโมสรส่วนตัว, เครื่องบินส่วนตัว, ย่านที่อยู่อาศัยแบบปิด (exclusive neighbourhoods) จนท้ายที่สุด กลายเป็นการใช้ชีวิตอยู่ใน “ความจริงอีกแบบหนึ่ง” (a private version of reality) ที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง

3. ไม่นานนัก สิ่งที่เราเรียกว่า echo chamber ก็จะเริ่มก่อตัวขึ้น สภาพแวดล้อมที่คนที่รวยมากๆมักถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนที่สถานะและรายได้ของพวกเขาขึ้นอยู่กับการทำให้เจ้าตัวพึงพอใจ และเมื่อเป็นเช่นนั้น ข่าวร้ายๆก็จะค่อยๆหายไปจากสายตาและการรับรู้ของเขา

4. ความเป็นหมู่เป็นเหล่า (tribalism) ก็จะเข้ามาครอบงำ และคนที่อยู่นอกกลุ่ม (outsiders) จะถูกมองด้วยความระแวงและดูแคลน (“ไอ้พวกนั้นมันก็แค่พวกขี้อิจฉา อยากเข้ามาเอาเงินของเราอย่างเดียว”)

5. สิ่งที่ตามมาในลำดับถัดไปก็คือกลไกปกป้องตัวเองทางจิตใจ คนที่ร่ำรวยมากๆมีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไปที่จะเริ่มปฏิเสธความเป็นมนุษย์และความต้องการของผู้อื่น พร้อมทั้งสร้างเหตุผลมารองรับความเชื่อของตัวเองว่า ในเมื่อเขาสร้างความร่ำรวยขึ้นมาได้ คนอื่นก็ย่อมทำได้เช่นกัน และคนที่ทำไม่ได้ก็เป็นเพราะขี้เกียจหรือไร้ศีลธรรม

6. ไม่นานนัก พวกเขาก็จะเริ่ม “แยกตัวออกจากผลลัพธ์ของการกระทำ” ของตัวเอง (become isolated from consequences) พวกเขาสามารถจ้างคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์ ให้มาจัดการกับผลกระทบหรือผลพวงจากสิ่งที่พวกเขาทำแทนได้

7. วงจรป้อนกลับ (feedback loop) เริ่มก่อตัวขึ้น: พฤติกรรมที่ไม่ดีกลับได้รับรางวัลเป็นอำนาจที่มากขึ้น ความมั่งคั่งที่มากขึ้น และสถานะที่สูงขึ้น ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่าตนเองถูกต้อง และคนอื่นล้วนผิด

8. และขั้นตอนสุดท้ายก็คือ moral distortion — การบิดเบือนทางศีลธรรม คนที่มีความมั่งคั่งจะเริ่มหาเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวเองว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม เพราะโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นให้รางวัลกับคนที่ใช้ชีวิตแบบเดียวกับพวกเขา

ดังนั้น แม้ว่าพฤติกรรมของพวกเขาในสายตาคนนอกจะดูเหมือนการเอาเปรียบหรือกดขี่ (predatory) แต่ในมุมมองของพวกเขาเอง การกระทำนั้นกลับเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล ปกติธรรมดา และยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่องจากคนในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย

#Podcast #Nostr #Books #Zap #bitcoin #Social