Gracialo679 on Nostr: Bitcoin นั้นเปลืองไฟ ...
Bitcoin นั้นเปลืองไฟ มันทำให้ทะเลเดือด
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก
เหตุผลที่คนกลัวการเปลืองพลังงานนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่
1. มีการคาดการว่าพลังงานในโลกนี้ที่เราใช้ประโยชน์ได้มีปริมาณคงที่เหมือนกับขนมพายก้อนหนึ่ง (fixed supply)
2. มีการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่ทำให้โลกร้อน เช่น ถ่านหิน หรือ น้ำมัน
ซึ่งสิ่งที่เปลืองพลังงานส่วนใหญ่ในโลกจะเข้าข่ายสองข้อนี้ จึงเหมาเอาว่ามันไม่ดีต่อโลก
แต่การขุดบิทคอยน์ถือเป็นสิ่งที่กินพลังงานแบบแปลกประหลาดไม่เหมือนการใช้พลังงานแบบอื่น
เพราะมันสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตพลังงานสะอาด หมุนเวียนที่มากขึ้น ทำให้สมมติฐานทั้งสองข้อเป็นเท็จไป
บิทคอยน์สร้างแรงจูงใจในการใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างไร?
พลังงานหมุนเวียนคือ พลังงานที่มีใช้ได้เรื่อยๆไม่มีวันหมด เช่น ลม น้ำ แสงอาทิตย์ ฯลฯ
สาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์ไม่ยอมใช้พลังงานพวกนี้ คือราคาอุปกรณ์ และความผันผวนของพลังงาน ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มที่
เนื่องจากแสงอาทิตย์มีแค่ตอนกลางวัน ส่วนลมก็ไม่ได้มีทั้งวัน ดังนั้นการผลิตพลังงานจึงค่อนข้างผันผวน
สมมติ เมืองๆนึงต้องการใช้พลังงานเฉลี่ยวันละราวๆ 80 - 120 หน่วย แล้วเรามีการผลิตพลังงานจากแผงโซลาร์ได้เฉลี่ยวันละ 60 - 120 หน่วย
หมายความว่าบางวันพลังงานจะไม่พอใช้ หากวันนั้นเมืองต้องการพลังงาน 120 หน่วย แต่ผลิตพลังงานได้แค่ 60 หน่วย เมืองก็จะขาดพลังงานใช้ไปถึงครึ่งนึง
การที่จะการันตีว่าจะมีพลังงานใช้พอทุกวันคือคุณต้องลงทุนซื้อแผงโซลาร์และใช้พื้นที่เพิ่มอีกเท่าตัว ทำให้ผลิตพลังงานได้เฉลี่ยเป็น 120 - 240 หน่วย
แต่ปัญหาที่เกิดคือพลังงานคุณจะเหลือเยอะมากในวันที่พีคๆ 240 หน่วย ซึ่งมันจะไม่ได้ใช้ทำอะไร แต่ทิ้งขว้างไปเฉยๆ
ถ้าจะใช้แบตเตอรี่เก็บพลังงานไว้เยอะๆก็มีราคาแพง หากมีแบตมากเกินไปก็จะใช้เก็บพลังงานได้ไม่เต็มไม่คุ้ม และถ้ามีน้อยเกินไปแบตก็จะเต็ม เข้าสู่ปัญหาเดิมคือมีพลังงานเหลือทิ้ง
ปัญหาความผันผวนนี้ทำให้ไม่มีใครอยากที่จะลงทุนซื้อแผงโซลาร์มาเยอะๆ ไม่มีใครอยากสร้างพลังงานเหลือทิ้ง
แต่ Bitcoin บอกว่า "หากพลังงานคุณเหลือ ก็เอามาขายให้เราสิ เดี๋ยวเราซื้อไว้เอง" ซึ่งนี่ถือเป็นทางออกที่เหมือนส่งมาจากพระเจ้ายังไงอย่างงั้น
ถ้าเราผลิตพลังงานเกินและไม่มีใครต้องการ แต่ก็ยังคงมี Bitcoin ที่ต้องการเป็นคำตอบสุดท้ายอยู่เสมอ
หมายความว่าเราจะลงทุนในพลังงานหมุนเวียนได้อย่างไม่ต้องกลัวขาดทุนมาก ทำให้มีเงินเหลือไปสร้างแหล่งพลังงานเพิ่ม
สิ่งนี้แหละเป็นตัวผลักดันให้คนแข่งขันกันวิจัยและลงทุนผลิตพลังงานให้ได้มากขึ้น
เมื่อมีคนใดคนนึงรู้วิธีผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ คนอื่นๆก็จะได้รู้ด้วย
นี่ยังไม่นับแหล่งพลังงานใหญ่ก็คือการฟิวชั่นน้ำในมหาสมุทร ที่ต้องการเงินทุนวิจัยมากมาย
แต่ไม่มีใครพร้อมที่จะให้ เพราะไม่มีแรงจูงใจว่าจะขุดหาพลังงานเหล่านั้นไปทำอะไรหากไม่มีคนซื้อ
แต่หากทำได้เราจะมีพลังงานไม่จำกัดใช้อย่างสะอาด ทำให้ราคาค่าไฟถูกลงมหาศาล
และ Bitcoin คือตัวเร่งให้มนุษย์สามรถเพิ่มระดับ Kardashev scale ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
#siamstr
Published at
2023-09-26 04:12:28 UTCEvent JSON
{
"id": "7a317d14d3ac09f5789c03403d1cf697a7dece42b8bf8f9081c36d90485080f8",
"pubkey": "aa07474209f7a2ac7597804c04236b1020acd477d58f5d9e62c487fc44ed0fd9",
"created_at": 1695701548,
"kind": 1,
"tags": [
[
"t",
"siamstr"
]
],
"content": "Bitcoin นั้นเปลืองไฟ มันทำให้ทะเลเดือด\nคือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก\n\nเหตุผลที่คนกลัวการเปลืองพลังงานนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่\n1. มีการคาดการว่าพลังงานในโลกนี้ที่เราใช้ประโยชน์ได้มีปริมาณคงที่เหมือนกับขนมพายก้อนหนึ่ง (fixed supply)\n2. มีการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่ทำให้โลกร้อน เช่น ถ่านหิน หรือ น้ำมัน\nซึ่งสิ่งที่เปลืองพลังงานส่วนใหญ่ในโลกจะเข้าข่ายสองข้อนี้ จึงเหมาเอาว่ามันไม่ดีต่อโลก\n\nแต่การขุดบิทคอยน์ถือเป็นสิ่งที่กินพลังงานแบบแปลกประหลาดไม่เหมือนการใช้พลังงานแบบอื่น \nเพราะมันสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตพลังงานสะอาด หมุนเวียนที่มากขึ้น ทำให้สมมติฐานทั้งสองข้อเป็นเท็จไป\n\nบิทคอยน์สร้างแรงจูงใจในการใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างไร?\nพลังงานหมุนเวียนคือ พลังงานที่มีใช้ได้เรื่อยๆไม่มีวันหมด เช่น ลม น้ำ แสงอาทิตย์ ฯลฯ\nสาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์ไม่ยอมใช้พลังงานพวกนี้ คือราคาอุปกรณ์ และความผันผวนของพลังงาน ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มที่\nเนื่องจากแสงอาทิตย์มีแค่ตอนกลางวัน ส่วนลมก็ไม่ได้มีทั้งวัน ดังนั้นการผลิตพลังงานจึงค่อนข้างผันผวน\n\nสมมติ เมืองๆนึงต้องการใช้พลังงานเฉลี่ยวันละราวๆ 80 - 120 หน่วย แล้วเรามีการผลิตพลังงานจากแผงโซลาร์ได้เฉลี่ยวันละ 60 - 120 หน่วย\nหมายความว่าบางวันพลังงานจะไม่พอใช้ หากวันนั้นเมืองต้องการพลังงาน 120 หน่วย แต่ผลิตพลังงานได้แค่ 60 หน่วย เมืองก็จะขาดพลังงานใช้ไปถึงครึ่งนึง\nการที่จะการันตีว่าจะมีพลังงานใช้พอทุกวันคือคุณต้องลงทุนซื้อแผงโซลาร์และใช้พื้นที่เพิ่มอีกเท่าตัว ทำให้ผลิตพลังงานได้เฉลี่ยเป็น 120 - 240 หน่วย\nแต่ปัญหาที่เกิดคือพลังงานคุณจะเหลือเยอะมากในวันที่พีคๆ 240 หน่วย ซึ่งมันจะไม่ได้ใช้ทำอะไร แต่ทิ้งขว้างไปเฉยๆ \nถ้าจะใช้แบตเตอรี่เก็บพลังงานไว้เยอะๆก็มีราคาแพง หากมีแบตมากเกินไปก็จะใช้เก็บพลังงานได้ไม่เต็มไม่คุ้ม และถ้ามีน้อยเกินไปแบตก็จะเต็ม เข้าสู่ปัญหาเดิมคือมีพลังงานเหลือทิ้ง\nปัญหาความผันผวนนี้ทำให้ไม่มีใครอยากที่จะลงทุนซื้อแผงโซลาร์มาเยอะๆ ไม่มีใครอยากสร้างพลังงานเหลือทิ้ง\nแต่ Bitcoin บอกว่า \"หากพลังงานคุณเหลือ ก็เอามาขายให้เราสิ เดี๋ยวเราซื้อไว้เอง\" ซึ่งนี่ถือเป็นทางออกที่เหมือนส่งมาจากพระเจ้ายังไงอย่างงั้น\n\nถ้าเราผลิตพลังงานเกินและไม่มีใครต้องการ แต่ก็ยังคงมี Bitcoin ที่ต้องการเป็นคำตอบสุดท้ายอยู่เสมอ\nหมายความว่าเราจะลงทุนในพลังงานหมุนเวียนได้อย่างไม่ต้องกลัวขาดทุนมาก ทำให้มีเงินเหลือไปสร้างแหล่งพลังงานเพิ่ม\nสิ่งนี้แหละเป็นตัวผลักดันให้คนแข่งขันกันวิจัยและลงทุนผลิตพลังงานให้ได้มากขึ้น \nเมื่อมีคนใดคนนึงรู้วิธีผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ คนอื่นๆก็จะได้รู้ด้วย\n\nนี่ยังไม่นับแหล่งพลังงานใหญ่ก็คือการฟิวชั่นน้ำในมหาสมุทร ที่ต้องการเงินทุนวิจัยมากมาย\nแต่ไม่มีใครพร้อมที่จะให้ เพราะไม่มีแรงจูงใจว่าจะขุดหาพลังงานเหล่านั้นไปทำอะไรหากไม่มีคนซื้อ \nแต่หากทำได้เราจะมีพลังงานไม่จำกัดใช้อย่างสะอาด ทำให้ราคาค่าไฟถูกลงมหาศาล\n\nและ Bitcoin คือตัวเร่งให้มนุษย์สามรถเพิ่มระดับ Kardashev scale ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น\n\n#siamstr",
"sig": "0374c0b421e3cc879990549e5b09c61f50cc8de616769dd8364d18c26cb5c8eced28676519286f6065258e80c93007327aea5e7c79a6822fad2e0a4d79705db0"
}