AjarnGiggstr on Nostr: ว่าด่วยเรื่อง pow - ...
ว่าด่วยเรื่อง pow
- ผมเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่มอปลาย (จุดเริ่มต้น จากความบังเอิญหรือชะตากำหนดมั้ง อ่อนคณิต เรียนภาษาอังกฤษพอได้ ที่เลือกศิลป์ฝรั่งเศสเพราะสาวเยอะ เอ้ยส่วนนึงน่าจะ เพราะสมัยนั้นตัวเลือกภาษาต่างประเทศไม่มาก หลายๆภาษาก็พึ่งเปิด และภาษาฝรั่งเศสยังเป็นที่นิยมอยู่)
- จบมอปลาย ก็ยังไม่ได้อินกับฝรั่งเศสเท่าไร เรียนเสร็จ เตะบอล เล่นเกมส์ กลับบ้าน ติดเพื่อนตามประสาวัยรุ่นทั่วไป เพื่อนผชส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียนฝรั่งเศส เขาสอบที่ไหนเลือกอะไร ก็ตามเข้าไป สรุปสอบเข้าโควตาเอกสังคมประวัติศาสตร์
- พอเข้ามหาลัยปี1 รู้สึกว่าเรียนไม่ไหวแฮะ วิชาเอกเกรดแย่มาก ถามตัวเองว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้ ถ้าเรียนอย่างอื่น เลยตัดสินใจย้ายหลักสูตร (ถึงจะเสียเวลาไป 1 ปี แต่ก็ไม่ได้เสียดายนะ สนุกดี มีเพื่อนเยอะขึ้นด้วย
- พอย้ายไปเรียนเอกฝรั่งเศส (หนีไม่พ้น) จะเพราะกลัวตามเขาไม่ทันหรือชอบเรียนอะไรก็ตามแต่ เราค่อยๆพาตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนเตะบอล ไปนั่งอ่านหนังสือห้องสมุดทุกวันเฉย จากเกรดเฉลี่ยสองกว่าตอนปีหนึ่ง จบด้วยเกรดเฉลี่ยที่สามารถเข้าเกณฑ์เกียรตินิยมได้ (แต่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ เพราะดันไปทะลึ่งเรียนรีเกรดวิชาทั่วไป เพราะเพื่อนชวน 😆) อย่างน้อยก็เอาทุนการศึกษาเรียนดีไปให้แม่ได้
- หลังจากเรียนจบปอตรี ก็ไปทำงานสอนหนังสือ ท่องเที่ยว โรงแรม ทำไปเรื่อย ระหว่างนั้นมีรับสมัครทุนไปเรียนต่อปอโทฝรังเศส แบบให้เต็มจำนวน บางจำนวน ก็ลองสมัครไป ดันมีชื่อติดไปกับเขาด้วยสิ
- เพียงแต่เป็นทุนบางจำนวน (ค่าเทอม/ฟรีวีซ่า/ค่าประกันสุขภาพ/สถานะนักเรียนทุน) ที่เหลือต้องรับผิดชอบเอง พอรู้แบบนี้ก็กลับมาคุยกับแม่จริงจังว่า ถ้าไปได้จะเอาตัวรอดและเรียนจบให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็เข้าใจ ไม่ไป เพราะสถานะครอบครัวที่โตมา มันไกลเกินกับการฝันที่จะไปเรียนนอก
- โชคดีที่มีครอบครัวซัพพอร์ต หาสตางค์ติดตัวเผื่อฉุกเฉินให้ไปจนได้ (กู้มาจนได้นั่นแหละ)
- ผมแบกกระเป๋าไปฝรั่งเศส ใช้เวลาเรียนสามปีจบ (ทำงานไป เรียนไป) แน่นอนมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีท้อ มีเกือบถอดใจ แต่ก็จบแบบเฉียดฉิว
- อยากกลับมาเป็นอ. แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น สมัครมหาลัยใหญ่มากมาย แม้แต่มหาลัยที่จบมา ก็ไม่ได้ถูกเลือก เข้าใจนะแข่งวิชาการสู่เขาไม่ไหวหรอก ทำงานเลิกเที่ยงคืน แล้วนั่งเรียนแบบสัปปะหงก(ระหว่างนั่นทำงานบริษัทฝรั่งเศสไปด้วย) ผมจึงโคตรเข้าใจนักศึกษาที่เรียนและหาตังไปด้วย
- เกือบสองปีเหมือนกันจนจะล้มเลิก ไม่เคยมาเชียงใหม่ แต่ก็มาสอนเชียงใหม่นี่แหละครับ
- ชีวิตหลังจากนี้ ก็จะมีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอีกมาก (จำนวนผู้เรียน/สถานะของสถาบันการศึกษาในอนาคต/หรือปัจจัยอื่นที่เหนือการควบคุม สู้กันต่อไป
ภาพที่ถ่ายเมื่อนานแล้วว...ยังไม่ได้กลับไปอีกเลย 😆
#france
#pow
#siamstr
Published at
2023-11-22 04:48:24 UTCEvent JSON
{
"id": "ad5243732a59779a40553c30ee17ed31a39aa1c5952deff951f2449f1b01b472",
"pubkey": "40341078f7a074cfe929c2fb86f5bf2d6643d5a406ce90150a7bf4708c595094",
"created_at": 1700628504,
"kind": 1,
"tags": [
[
"t",
"france"
],
[
"t",
"france"
],
[
"t",
"pow"
],
[
"t",
"pow"
],
[
"t",
"siamstr"
],
[
"t",
"siamstr"
],
[
"r",
"https://image.nostr.build/a9a392f3b35f4ceed416d4571c236ae740576836a255900fc9f1dd3cdbae981b.jpg"
]
],
"content": "ว่าด่วยเรื่อง pow\n- ผมเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่มอปลาย (จุดเริ่มต้น จากความบังเอิญหรือชะตากำหนดมั้ง อ่อนคณิต เรียนภาษาอังกฤษพอได้ ที่เลือกศิลป์ฝรั่งเศสเพราะสาวเยอะ เอ้ยส่วนนึงน่าจะ เพราะสมัยนั้นตัวเลือกภาษาต่างประเทศไม่มาก หลายๆภาษาก็พึ่งเปิด และภาษาฝรั่งเศสยังเป็นที่นิยมอยู่)\n\n- จบมอปลาย ก็ยังไม่ได้อินกับฝรั่งเศสเท่าไร เรียนเสร็จ เตะบอล เล่นเกมส์ กลับบ้าน ติดเพื่อนตามประสาวัยรุ่นทั่วไป เพื่อนผชส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียนฝรั่งเศส เขาสอบที่ไหนเลือกอะไร ก็ตามเข้าไป สรุปสอบเข้าโควตาเอกสังคมประวัติศาสตร์\n\n- พอเข้ามหาลัยปี1 รู้สึกว่าเรียนไม่ไหวแฮะ วิชาเอกเกรดแย่มาก ถามตัวเองว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้ ถ้าเรียนอย่างอื่น เลยตัดสินใจย้ายหลักสูตร (ถึงจะเสียเวลาไป 1 ปี แต่ก็ไม่ได้เสียดายนะ สนุกดี มีเพื่อนเยอะขึ้นด้วย\n\n- พอย้ายไปเรียนเอกฝรั่งเศส (หนีไม่พ้น) จะเพราะกลัวตามเขาไม่ทันหรือชอบเรียนอะไรก็ตามแต่ เราค่อยๆพาตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนเตะบอล ไปนั่งอ่านหนังสือห้องสมุดทุกวันเฉย จากเกรดเฉลี่ยสองกว่าตอนปีหนึ่ง จบด้วยเกรดเฉลี่ยที่สามารถเข้าเกณฑ์เกียรตินิยมได้ (แต่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ เพราะดันไปทะลึ่งเรียนรีเกรดวิชาทั่วไป เพราะเพื่อนชวน 😆) อย่างน้อยก็เอาทุนการศึกษาเรียนดีไปให้แม่ได้\n\n- หลังจากเรียนจบปอตรี ก็ไปทำงานสอนหนังสือ ท่องเที่ยว โรงแรม ทำไปเรื่อย ระหว่างนั้นมีรับสมัครทุนไปเรียนต่อปอโทฝรังเศส แบบให้เต็มจำนวน บางจำนวน ก็ลองสมัครไป ดันมีชื่อติดไปกับเขาด้วยสิ\n\n- เพียงแต่เป็นทุนบางจำนวน (ค่าเทอม/ฟรีวีซ่า/ค่าประกันสุขภาพ/สถานะนักเรียนทุน) ที่เหลือต้องรับผิดชอบเอง พอรู้แบบนี้ก็กลับมาคุยกับแม่จริงจังว่า ถ้าไปได้จะเอาตัวรอดและเรียนจบให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็เข้าใจ ไม่ไป เพราะสถานะครอบครัวที่โตมา มันไกลเกินกับการฝันที่จะไปเรียนนอก\n\n- โชคดีที่มีครอบครัวซัพพอร์ต หาสตางค์ติดตัวเผื่อฉุกเฉินให้ไปจนได้ (กู้มาจนได้นั่นแหละ)\n\n- ผมแบกกระเป๋าไปฝรั่งเศส ใช้เวลาเรียนสามปีจบ (ทำงานไป เรียนไป) แน่นอนมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีท้อ มีเกือบถอดใจ แต่ก็จบแบบเฉียดฉิว\n\n- อยากกลับมาเป็นอ. แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น สมัครมหาลัยใหญ่มากมาย แม้แต่มหาลัยที่จบมา ก็ไม่ได้ถูกเลือก เข้าใจนะแข่งวิชาการสู่เขาไม่ไหวหรอก ทำงานเลิกเที่ยงคืน แล้วนั่งเรียนแบบสัปปะหงก(ระหว่างนั่นทำงานบริษัทฝรั่งเศสไปด้วย) ผมจึงโคตรเข้าใจนักศึกษาที่เรียนและหาตังไปด้วย\n\n- เกือบสองปีเหมือนกันจนจะล้มเลิก ไม่เคยมาเชียงใหม่ แต่ก็มาสอนเชียงใหม่นี่แหละครับ\n\n- ชีวิตหลังจากนี้ ก็จะมีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอีกมาก (จำนวนผู้เรียน/สถานะของสถาบันการศึกษาในอนาคต/หรือปัจจัยอื่นที่เหนือการควบคุม สู้กันต่อไป\n\n\nภาพที่ถ่ายเมื่อนานแล้วว...ยังไม่ได้กลับไปอีกเลย 😆\n\n#france\n#pow\n#siamstr\n\nhttps://image.nostr.build/a9a392f3b35f4ceed416d4571c236ae740576836a255900fc9f1dd3cdbae981b.jpg",
"sig": "099f364e8798b73c928288dd83eba415658262181a8c2e2d730774b98792f1a0ab39ca5d481193ee1b105c4fcfc0dfc5b425b3a937e90f9fad42deba43049da1"
}